วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ไป Barcamp ไม่กลับมา blogging เขาว่าไปไม่ถึง!! (Barcamp Songkhla #3)


    ทิ้งเวลากว่าสองเดือน กว่าว่างมาเขียนต่อให้เสร็จ เนื้อหาคงไม่ต้องถามลืมหมดแล้ว 55555 เนื่องจากติดภาระต่างๆมาก ไม่ได้ค่อยว่างเข้ามาเขียนบ่อยเหมือนแต่ก่อน ขอเอาเท่าที่ได้ล่ะกันครับ
    การไปร่วม #BarCampSK ครั้งนี้ เป็นการเข้าร่วม BarCamp ครั้งแรกในชีวิตแรก ก็เลยได้ซึมซับบรรยากาศเต็มที่ แต่ที่ดันพลากคือ เมื่อคืนนอนดึกมาก เกือบเช้า ก็เลยตื่นสายไปฟังช่วง Section เช้าไม่ทัน พูดเลยว่าผมพลาดหัวข้อดีๆไปเยอะเลยครับ


    งานปีนี้ได้จัดที่ตึกโรบอท ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตร์ ม.อ.หาดใหญ่ ก็ใกล้ๆนี่เอง อันที่จริงคณะตัวเองนั่นแหล่ะ อิอิ ก็เข้าไปผู้จัดก็อัทยาศัยดีมาก เชิญไปลงทะเบียน แจกบัตรรับของว่าง-อาหาร+เสื้อสวยๆ 1 ตัวด้วย ผมจัดข้าว KFC ไปสองกล่องเลย (เขิลจัง) จังหวะนั้นหิวมากกกก หุหุ

   ก็มาเริ่มสาระกันดีกว่าครับ ผมได้เข้าฟัง 3 Section ด้วยกัน Section แรก Test driven development โดย พี่เฟี๊ยต ศาณศรัณย์ สุขวงศ์วิวัฒน์ (@Sansarun) ศิษย์เก่า CoE รุ่นพี่ผมเอง มีการพูดถึง Unit Testing เป็นการ Test หน่วยย่อยๆ ของ program แล้วก็  Automated testing ประมาณว่าเขียนสคริปต์ขึ้นมาทดสอบครับ ซึ่งตอนท้ายๆ @Sansarun ได้ demo สดทดสอบให้ดูด้วย ข้อดีคือ เจอBugเร็ว แล้วก็ลดภาระของการทำ System Testing ได้ แต่การที่ไม่เขียนกัน เพรามันเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ขี้เกียจ เขียนยาก ไม่มีเวลาเขียนหรือแม้แต่เขียน Code กากๆทำให้ส่งผลต่อการเขียน Test ได้ยาก แล้วก็พูดถึง Test-driven development (TDD) ประมาณว่าเป็นวิธีที่แก้ Bug ได้รวดเร็วไม่กระทบคนอื่น


    ต่อด้วย Cloud computing โดย @icez คนเข้าฟังเยอะมากก เนื้อหาอันนี้ลืมไปหมดจริงๆ จำได้แค่ว่า ถ้าเราจะเลือก Clound ควรจะเลือกใช้ IDC หลายๆที่กระจายไปที่ไกล เพราะเมื่อเกิดปัญหา เช่น เมื่อเร็วๆนี้ที่ IDC แห่งนึงโดนตัดไฟ จะได้มีการ Backup ข้อมูลหรือกระจายโหลดไปที่อื่นได้


    ส่วน Section สุดท้าย Hacked by 1byte-The internet worm/trojan โดยพี่ไบร์ท @br1gh7n4ry ก็พูดคุยเกี่ยวกับการเขียนไวรัส ไม่ได้เจาะลึกถึงการเขียน Code แค่รู้พื้นๆ ว่าทำได้อย่างไร เขียนกับอะไรประมาณไหน ซึ่งพี่เขาทำมาหลายเวอร์ชั่นมาก หนักสุดคือเครื่องพังแบบเปิดไม่ติดเลย แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมา เพราะต้องการเขียนเพื่อศึกษาไม่ได้เอาไปหาผลประโยชน์เหมือน hacker คนอื่นๆทำกัน   แต่ที่ฮาที่สุดที่คาดไม่ถึงคือ ถ้าใครใส่ไฟล์เพลงชื่อ i will survive ไว้ ไวรัสจะไม่ทำงาน พี่เขาแน่มาก 55555 ซึ่งเรื่องมาแดงโดนจับได้ก็เพราะพี่เขาใช้ Code name : br1gh7n4ry นี้แหล่ะ มีอยู่คนเดียวในโลก หาGoogle ก็เจอเลย
    สิ่งหนึ่งทีไ่ด้คือ เมื่อพี่เขาพลาด เขากล้าเผชิญกับปัญหาแล้วลงมือแก้ไขมัน ผมนับถือตรงนี้มากๆ "ใครจะรู้ว่าคนสร้าง virus worm อื่นๆ อาจเป็นเดียวกับคนที่สร้างตัวทำลายสิ่งอันตรายเหล่านี้แล้วแจกจ่ายให้ใช้กัน @imetanon"


   ความรู้สึกไปงานครั้งนี้ก็สนุกดีครับ ไม่น่าเบื่อเลย ได้รู้เรื่องใหม่ๆเยอะเลย ผมว่าหัวข้อต่างๆที่ฟังเนี่ย ถ้าเราไม่มีความรู้แล้วไปนั่งฟัง มันเหมือนเป็นการอินโทร เปิดเรื่องในการเริ่มที่จะไปศึกษา หรือถ้ามีความรู้อยู่แล้วก็ได้แลกเปลี่ยน พูดคุยกัน Section พูดได้ว่า อิ่มท้อง อิ่มความรู้ สุดๆไปเลย ประทับใจการจัดครั้งนี้มาก ครั้งหน้าถ้ามีและมีโอกาส ไปอีกแน่นอนครับ :)

อันนี้รูปคืนก่อนงานเริ่ม ถ่ายไว้ที่ระลึกกลัวไม่ได้มา 55555

#BarCampSK

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ตรรกะป่วยๆ “ถ้าไม่อยากเปียกน้ำ ก็อย่าออกมานอกบ้านดิว่ะ”

นี้เป็นอีกปีที่ผมไม่ได้เล่นสงกรานต์ เพราะว่า เจอภาพตายายคู่นึง ท่านสูงอายุมากแล้ว
ตาขับรถส่วนยายนั่งเอียงข้างถือปิ่นโต ตาพยายามขับรถเบี่ยงไปเลนขวา แต่คงกลัวรถยนต์ผมที่ตามหลัง
เลยขับกลับไปเลนซ้าย แต่ก็เกือบประมาณกลางถนน
ยังไงแล้วก็ไม่พ้นรัศมีสาดน้ำ พอขับไปใกล้ๆกลุ่มเด็กสาดน้ำ ก็โดนสาดจนเละเลย

ยายพยามเอาเสื้อคุมมาบังปิ่นโตแล้วก็ตัวเอง
แต่ก็เอาไม่อยู่ เปียกไปหมดทั้งคู่
ผมนึกในใจขอให้ตายายกลับจากธุระเสร็จแล้วเถอะ ถ้ากำลังไปแย่แน่ๆ
ผมขับรถอยู่ด้านหลัง เห็นภาพและสีหน้าหมด เลยหมดอารมณ์เล่นทันที

เหตุการณ์คล้ายๆตอนประถมหน้าบ้านเพื่อนผมเอง ที่ทำให้ผมเลิกเล่นน้ำยาวๆเลย
ปีนั้นรวมตัวกับเพื่อนข้างๆบ้าน นัดกันไปเล่นสงกรานต์หน้าบ้านเพื่อน
มีพ่อซ้อนท้ายมากับลูก พ่อใส่เสื้อกันฝนมาคงคิดไว้แล้วว่าต้องโดนสาด แต่ลูกไม่ได้ใส่ คงมีตัวเดียว
จากนั้นพ่อขับช้าๆมาจอดแล้วเปิดกระจกหมวกกันน็อค กำลังจะบอกบางอย่าง
เพื่อนผมก็มือเร็วไปหน่อย สาดลูกเปียกหมดเลยเพราะลูกไม่ใส่เสื้อฝน
พ่อบอกว่า เห้ยอย่าสาด (ไม่ทันแล้ว) เห็นไหมจะไปส่งเด็กเรียนพิเศษ (ทำหน้าแบบโกรธมาก)
ผมหันไปดูช่องระหว่างหน้าลูกกับหลังพ่อ ก็มีแฟ้มใส่หนังสือเรียนอยู่ เงิบเลย
จากนั้นวงแตกทันที.. ขอโทษพ่อกันใหญ่ นับตั้งแต่นั้นผมเลยเลิกเลย รู้สึกผิดมาก
พึ่งเริ่มกลับมาเล่นเมื่อปีสองปีที่แล้วเอง แต่ก็เล่นแค่หน้าลีการเด้น (ห้างชื่อดังที่โดนคาร์บอมแห่งหนึ่งในจังหวัดหาดใหญ่)
หรือไปเล่นที่เล่นกันเยอะๆ เพราะไม่อยากไปสร้างความเดือนร้อนให้คนอื่น

ที่เล่าๆมา ผมก็เคยพลาดมาก่อน
ผมแค่อยากจะบอกว่า เราเล่นได้ แต่ก็อย่าไปรบกวนคนอื่นที่เขาไม่ได้เล่น ไม่อยากสนุกกับเราด้วย
เล่นสนุกแต่ตัวเอง ไปลำบากคนอื่นก็ไม่ไหว สังเกตุคนบ้าง ไม่ใช่จะสาดอย่างเดียว
บางคนเขามีเหตุผลจริงๆที่ต้องออกมา ต้องไปทำงานบ้าง ต้องกลับบ้านไปหาญาติบ้าง หรือเด็กๆไปเรียนพิเศษบ้าง
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ออกมาให้ตัวเองเปียกหรอก จริงไหม ?
นึกถึงใจเขาใจเราเป็นสำคัญ ถ้าเราต้องไปธุระจริงๆแล้วโดนสาดน้ำจะรู้สึกยังไง

ปล.ขอโทษเพื่อนอาร์ม เพื่อนเนม เพื่อนเบล เพื่อนอรุ แล้วก็เพื่อนท็อปด้วย ที่พยายามลากไปเล่นให้ได้ แต่ก็ไม่ได้ไป ไว้เจอกันปีหน้าน่ะ ถ้าพวกนายกลับมาอีก :D

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

(ฉบับปัจฉิม) ช่วงสุดท้ายชีวิตมหาลัยของคนอื่น แต่ไม่ใช่ผม + PSU WiFi Tester

    อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์แห่งการสอบ ทุกคนต่างมุ่งมั่นที่จะอ่านหนังสือสอบ แต่ผม ผม ผม !! ทำลังทำ(เหี้ย) อะไรอยู่เนี่ยยย อ๊ากกก ยังจะแวะมาเขียนบล็อคอีก ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ (เอาหน่าอีกสามวันสอบอีกรอบ ขอเวลามาเขียนสัก ช.ม.เดียวเอง ><)
    อีกไม่กี่วันสอบเสร็จ เพื่อนๆในรุ่นก็ทยอยจบกันแล้ว คงจะเหลือเพื่อนส่วนน้อยที่เหลืออยู่ รวมถึงตัวผม ที่ต้องคอยเกาะกลุ่มช่วยกัน พากันเรียนให้จบซะที ทั้งหมดก็เพื่อใบปริญญาเพียงใบเดียว เอาไปฝากที่บ้านให้พ่อแม่ภูมิใจ ให้คนที่รักเราภูมิใจ แต่หนทางที่จะได้มายังลิบหลี่มาก เพราะความที่ไม่ขยันแท้ๆ ตอนนี้ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าจะจบปีไหน ชีวิตจะเป็นไงต่อ แต่ตอนนี้ที่ผมรู้ ผมได้รู้ซึ้งกับคำนึงแล้ว กับการเรียนวิศวฯ "ยากน่ะกว่าจะเข้ามาเรียนได้ แต่จะเรียนให้จบมันยากยิ่งกว่า" ...

     ถามว่าอิจฉาไหมที่เห็นเพื่อนจบ "โครตอิจฉา" ถามว่าเสียใจไหมที่เราไม่จบ พูดได้เต็มปากเลยว่า "เสียใจมาก" แต่ก็ต้องหันกลับมามองตัวเอง ลองถามตัวเองดูว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้ เพราะเราขี้เกียจรึป่าว? เพราะเราไม่ขยันหรือเปล่า? เพราะเราไม่อ่านหนังสือมันเลยรึเปล่า? เพราะเราเอาแต่เที่ยวรึเปล่าว? เพราะเราเท่าแต่ดูหนังหรือเปล่า ? ถ้ามันใช่ไปหมด ก็คงต้องรู้ตัวได้ล่ะว่าทำอะไรอยู่ (ถึงหลายๆคนจะบอกว่ารู้ตัวช้าไปน่ะ) พูดกันตามจริง ก็รู้ตัวตลอดนั่นแหล่ะ แต่มันทำไม่ได้ซักที ไม่เข้าใจเพราะอะไร ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ จะทำยังไงให้ความขี้เกียจออกไปจากชีวิตซะที ต้องทำยังไงน่ะ (ผมคงปฏิเสธสำหรับคำตอบไม่ได้ เพราะผมรู้คำตอบดีเช่นเคย แต่ทำไม่เคยได้อีกเช่นกัน)

    วันพรีเซ่นโปรเจ็คไฟนอล วันนี้เป็นวันที่เหมือนทุกๆอย่างที่เราทำมาทั้งหมดจะต้องมาเสนอให้อาจารย์ถูกใจมากที่สุด ให้เห็นว่างานเราดี ไปใช้ได้จริง มีประโยชน์ ทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ ผมก็ทำทุกอย่้างเต็มที่ความสามารถที่ผมคิดว่าดี (และขอช่วยคนอื่นได้) แต่ก็โดนอาจารย์ว่ากลับมาเหมือนเดิมคือ ไม่ FRIENDLY กับผู้ใช้อีกตามเคย พอทำอะไรได้ก็หยุดอยู่แค่นั้น ไม่คิดพัฒนาต่อเลย ซึ่งมันก็จริง ความรู้สึกตอนนั้นผมรู้สึกได้ถึงมุมมองที่ต่างกัน อาจารย์กำลังจะบอกว่า เห้ย มึงทำได้ถึงเป้า มึงก็ต้องทำให้ทะลุเป้าไปอีก ไม่ใช่หยุดแค่นั้น แต่มุมมองผมก็คือ ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แล้ว พอ กูไม่ทำต่อแล้ว กูเหนื่อยแล้ว กูไม่อยากติดบักอีกแล้ว งานที่ออกมาเลยไม่เห็นความก้าวหน้ามากนักในครั้งนี้
   ซึ่งงานที่ผมทำสำหรับคนอื่นจะว่าง่าย ไม่มีอะไรเลย ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขาไม่ได้มาทำคงไม่รู้หลอก แต่สำหรับผมผมว่ายากมากน่ะ ด้วยความที่ไม่เทพ java พอมาเขียน android ก็งานเข้าเลยเต็มๆ ไปได้ช้าโครตๆ ซึ่งมันเป็นปัญหาหลักสำหรับผมเลย ยิ่งงานที่ทำจะต้องเอา Tools Network ไปใช้บน Android เข้าอีก สำหรับผมมันยากไปอีกขั้น ตอนทำไม่ได้ ถึงขั้นท้อจะเปลี่ยนโปรเจ็คเลย (แต่ก็ต้องขอบคุณพี่กาย ห้องปิวป้าที่ช่วยจนทำได้ ถ้าไม่ได้พี่ ผมคงไปเกิดแน่ๆ) พอได้แล้วก็ต้องทำ Authen กับ Server เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นคนใช้อยู่ ซึ่งตอนหลังเปลี่ยนไปเชื่อมต่อกับ PSU Passport เสริมอีกต่อ ทำได้แล้วต่อมาต้องทำให้ตัว Tools Network (iperf) ที่ใส่เข้าไป ดึงฟังชั่นการทำงานออกมาให้ได้มากที่สุด ต้องให้ผู้ใช้เลือกได้ต้องการที่จะทดสอบอะไร ก็ต้องไปแอนดรอยด์ไปดึงค่าจาก Jason ที่คิวรี่ข้อมูลคำสั่งที่เตรียมไว้จาก DB เรียบร้อยบแล้ว มาโชว์บนเครื่องให้ผู้ใช้เลือก จากนั้นเมื่อผู้ใช้เลือกก็ส่งคำสั่งเข้าไปใน Tools Network (iperf)  ให้มันทำงานทดสอบ WiFi ไป แล้วจัดการดักค่าที่ได้ออกมาเก็บใน text file ไว้ อ้ออีกอย่างที่สำคัญคือต้องทำให้แอพฯ เก็บค่าทุกอย่างในสภาพแวดล้อมที่เครื่องจะ Get ค่าได้ส่งออกไปด้วย เช่น IP Address ,SSID ,GPS ,ระดับสัญญาณของ WiFi เพิ่มไปใน text file ส่งค่าไป Server ด้วย สำหรับงานชิ้นนี้เต็มๆเดี๋ยวถ้ามีว่างๆค่อยเขียนแยกออกมาให้ระเอียดหน่อย เพราะมีส่วนนึงทำงานกับพี่ห้องวิจัยอีกคน หวังว่าจะมีโอกาสเขียน ><


      หลังจากพรีเซ่นจบก็เป็นงานปัจฉิมภาควิชา ที่มอบให้แก่พวกเรา CoE22 โดยในงานได้เชิญศิษย์เก่าพี่ประสิทธิ ตันพาณิชรัตนกุล กรรมการผู้จัดการ บจก.เอ.พี.เค.เฟอร์นิเจอร์พาราวู้ด/บจก.เอ.พี.เค.กรียนเอ็นเนอร์จี มาพูดเกี่ยวกับความพร้อมในการทำงาน เอาตรงๆว่าผมฟังไปได้สักพักก็หลับแล้ว เพราะเมื่อคืนยังไม่ได้นอน บวกกับพรีเซ่นตอนเช้าต้องจัดเตรียมยกของเหนื่อยมาก ช่วงบ่ายไปคุมแลปต่ออีก กลับมานั่งฟังตอนเย็น+แอร์เย็นๆด้วย หลับเลย แต่พอตื่นขึ้นมาก็พอได้ฟังช่วงตอนท้ายๆ ผมจับประเด็นพอได้ว่า โชคดีที่เรียนวิศวฯ ถึงงานพี่เขาไม่ได้ทำงานตรงกับวิศวฯคอมโดยตรง แต่ เพราะวิศวฯสอนให้คิดเป็นระบบก็เลยสามารถไปทำงานทุกอย่างได้ การที่เราโดนยิงโปรเจ็คเยอะๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะ ตอนทำงานจริงถ้าหัวหน้างานเป็นแบบอาจารย์ก็ต้องรับให้ได้ พี่เขาแต่งงานกับพี่ภาคเคมีด้วย ผมเลยไม่แปลกใจว่าทำไมสร้างโรงงานที่สองเกี่ยวกับพลังงานได้ โดยดึงพลังงานจากรากของต้นยางมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเลี้ยงโรงงาน ถือว่าเมพมากๆ
     จากนั้นเมื่อบรรยายเสร็จ อาจารย์ก็พูดต่อว่า ว่าไม่ตั้งใจฟังพี่เขาเลย รู้สึกผิดขึ้นมาในบัดดล แล้วอาจารย์ก็ถามเพื่อน 5 คนว่า แรงบันดาลใจหรือว่าอะไรบ้างที่เราใช้ พูดมาให้ได้เยอะมากที่สุด สิ่งที่ทุกคนพูดตรงกันคือ ครอบครัว ไ่ม่ว่าจะเป็นเป็นพ่อหรือแม่ ผมชอบคำๆนึงมากมีเพื่อนอกว่า เวลาหนูทำอะไรหนูจะคิดก่อนทำ แล้วเวลาทำก็นึกถึงพ่อแม่ตลอด ผมว่าคำตอบแค่นี้มันเพียงพอแล้วสำหรับทุกอย่าง
     จากนั้นให้ประธานแต่ล่ะคนออกมาพูด คนแรกจูเหนี่ยร์ คนสองก็พริก คนสามเป็นผม และคนที่สี่ก็เป็นบ็อท ตามจริงก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะที่พูดไปก็คงซ้ำๆเพื่อน อีกอย่างผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเห็นๆกันอยู่แล้วว่าเป็นไง แต่ก็ต้องออกไป เห็นทุกคนพูดแต่กับครอบครัว ก็เลยขอดึงเข้าเรื่องเพื่อนว่า ที่รุ่นเรามาถึงทุกวันนี้ได้ คงไม่ต้องขอบคุณใครที่ไหน ถ้าจะขอบคุณคงต้องขอบคุณพวกเรากันเอง เพราะพวกเราช่วยกัน ถึงทำให้รุ่นมาถึงตรงนี้ได้ จากนั้นอาจารย์ก็มาให้ข้อคิดปิดท้าย ที่ผมพอจะจำได้ ช่วงนั้นสมองเบลอๆไปหน่อย จำมาได้สามอย่างคือ เวลากำหนดเป้าหมาย อย่าคิดถึงตัวเองมากนัก แล้วมันจะยิ่งใหญ่ ,แล้วก็เอาใจเขา มาใส่ใจเรา (อ.ทวีศักดิ) ก่อนทำอะไร คิดให้ดี ให้มีสติ รู้ว่าอะไรควรเชื่อและไม่ควรเชื่อ และทำอะไรต้องเชื่อถือได้และถูกต้องเสมอ (อ.แสงสุรีย์)




ปล.สุดท้ายรู้สึกโชคดีมากที่มาได้เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.สงขลานครินทร์  โชคดีมากได้มาอยู่รุ่นที่ 22 ถึงไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่รู้เพียงว่าตอนนี้คิดไม่ผิดจริงๆที่ได้มาเรียนที่นี่ คิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกที่นี่ คิดไม่ผิดจริงๆที่ได้มาใช้ชีวิตที่นี่ และไม่คิดผิดจริงๆที่ได้มาเจอเพื่อใหม่ที่นี่ ขอให้เพื่อนๆที่จบไปประสบความสำเร็จใจชีวิต มีงานมีการทำเร็วๆ เงินเดือนสูงๆล่ะ ผมก็ต้องเรียนให้จบให้ได้ เจอกันก็อย่าลืมทักกันด้วยล่ะ :)


วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556

โปรดเข้า ใจคำว่า "เพื่อน" กันนิด ไม่ใช่ซ้ำเติมแต่คอยช่วยเหลือ

คือวันนี้อารมณ์เสียมากถึงมากที่สุด เจอแต่พวกเก่งแล้วเบ่งใส่คนอื่น
พอว่ากลับไป ก็อ้างว่า หวังดีที่พูดออกไป
คือเข้าใจว่าหวังดี แต่บางทีนายพูดแบบนี้ มันไม่เข้าหู เราคนฟังไม่ชอบเลยว่ะ
คนอื่นเขาก็มีหัวใจเหมือนกันน่ะ ไม่ใช่เก่งแล้วทำพี่ จะพูดจาถากถางกับคนอื่นอะไรก็ได้

"คำพูดทุกความสัมพันธ์ต้องการความจริงใจ
เหนื่อยกับการกระทำของบางคน
ที่ไม่สนใจความรู้สึกคนอื่นเลย"

สวัสดีปีใหม่ครับ 2557

     และแล้วเวลาก็ผ่านไปเร็วเสมอ ผ่านไปอีกปีแล้วสิน่ะ เริ่มต้นปีใหม่ก็ได้แต่หวังว่าจะมีชีวิตใหม่ ทิ้งนิสัยที่ไม่ดีได้เหมือนกับคนอื่นบ้าง  วันนี้ตื่นขึ้นมาก็ 4 โมงล่ะ เมื่อคืนดูหนังดึกไปหน่อย หนังสือยังไมได้อ่านเลย ==" ก็ถือวาระขึ้นปีใหม่ ไปบริจาคเงินซื้อโรงศพให้ศพไร้ญาติที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ซะหน่อย ถึงจำนวนเงินไม่มาก แต่ก็ให้ด้วยใจที่อยากทำบุญจริงๆ ถือว่าเป็นการทำบุญรับปีใหม่ล่ะกันครับ ก็เลยเอาบุญมาฝากกัน
     ในปีนี้พอมานั่งคิดดูๆ ยังไม่ได้ทำอะไรมากหรือเป็นชิ้นเป็นอันเลย แอบรู้สึกว่าเวลาชีวิตน้อยไปหรือเปล่า (แต่มันก็มีเท่ากับคนอื่นนิ แอ๊ะ!ยังงัย) หรือว่าเวลามันเยอะ เยอะจนใช้ชีวิตผลาญเล่นไปวันๆจนไม่รู้สึกว่ามันมีเท่านั้นเอง แน่ล่ะผมว่าอันนี้มากกว่า สิ่งที่ผมนึกขึ้นได้คือ ในปีที่แล้ว ผมได้ตั้งใจทวิตไว้ว่า สิ่งที่อยากทำในปีนี้ 2556 ผมมันมีอะไรบ้าง ก็ตามรูปเลยครับ





       ที่สุดแล้วผมก็ทำได้ไม่ถึงครึ่งนึงเลย ผมคงไม่บอกน่ะว่าข้อไหนบ้าง แต่ผมรู้สึกว่าผมเสียใจมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมคิดจะทำ แต่ไม่ยอมทำ ผมรู้สึกเสียใจมากกว่าในสิ่งที่ทำแล้วมันพลาดซะอีก ถ้าเกิดว่าวันนึง วันที่ผมจะไม่มีโอกาสที่จะทำทั้งๆที่มีเวลาทำได้ ผมคงรู้สึกแย่มากๆ เผลอกดไปดูฉบับร่างที่เขียนค้างไว้มีตั้ง 6 เรื่อง เหอะๆ ไม่รู้วันไหนจะมีเวลาเขียนให้จบ หลังจากสอบ ถ้ามีอารมณ์ คงเขียนยาวๆ (ก็ได้แต่หวัง!!)

       บางครั้งชีวิตคนเราก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป อาจมียากบ้าง มีง่ายบ้าง ก็ปะปนกันไป แต่สิ่งที่ที่ผมพยายามย้ำเตือนตัวเองเสมอในปีที่ผ่านมาคือ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า และไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีที่สุด ถ้าทำพลาดไปหรือเลือกที่จะทำแล้ว ก็ต้องรับผลของมันให้ได้ ตรงแต่อย่าต่ำ สุดท้ายสิ่งที่ทำมันอาจทำให้ส่งผลให้คนไม่ชอบเราก็เป็นเรื่องธรรมดา (ถ้าไม่มีนี่ดิแปลก) ถ้าเลือกที่จะได้อย่างนึง แต่ถ้ามันมาพร้อมกับการที่เราต้องเสียอย่างนึง ก็ต้องยอมรับมันให้ได้ โลกอยู่ง่าย แต่การที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ง่ายครับ โลกนี้มันมีอะไรมากกว่าที่เราคาดไว้เสมอ และทุกๆอย่างถ้ามีความพยายามสามารถทำให้สำเร็จได้ ผมเชื่ออย่างนึงว่า ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะตน




       สุดท้ายขอดราม่าหน่อย ยอมรับครับว่าช่วงนี้รู้สึกเบื่อกับชีวิตมาก  รู้สึกชีวิตมันขาดแรงบัลดานใจไปในหลายเรื่อง ผมรู้สึกท้อ  รู้สึกเหนื่อย  รู้สึว่าคนที่รักเราหวังกับเราไว้มาก  รู้สึกกลัวที่จะทำไม่ได้ตามที่หวัง   รู้สึกว่าชีวิตเดินไปในเส้นทางที่หาทางออกไม่ได้ กลัวว่าวันหนึ่งจะหมดพลังเท่านั้นเอง 

     จะปีใหม่แล้ว ผมก็ขออวยพรคนที่เข้ามาอ่าน Diary ของผมซะหน่อย ในปีใหม่ปีหน้านี้ก็ขอให้คุณมีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปราถณาทุกประการ ขอให้คุณมีสติในการใช้ชีวิตเสมอ และสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องการคือ ขอให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิตๆในทุกๆด้าน และสุดท้ายนี้ ก็ขอให้คนที่คุณรัก รักคุณมากๆ และอยู่กับคุณไปนานๆ สวัสดีปีใหม่ครับ 2557 :)

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ปลาตะเพียน


        พอดีรื้อกระเป๋า บังเอิญเจอปลาตะเพียนตัวนี้ แล้วนึกถึงยายคนนึง แกจะนั่งขายปลาตะเพียนแบบนี้อยู่ที่ #จตุจักร ผมถามแกขายเท่าไหร่ แกบอกว่าตัวล่ะ 10 บาท ผมก็ยืนดูยายคนนี้ซักพัก ก็มีคนมาซื้อของแกเยอะน่ะ แต่ส่วนมากจะบริจาคซะมากกว่า ประมาณว่า ตัวล่ะร้อยก็มี สุดท้ายแล้วผมก็ช่วยซื้อยายไป 40 บาท ตามจริงกะจะบริจาคเฉยๆ แต่เห็นสวยดี เลยหยิบมาตัวนึง ผมว่ายายแกเทพมากน่ะ ที่ผมบริจาคตังให้แกเพราะคิดว่า ดูแล้วแกยังมีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรได้ ก็ทำมาขาย ถึงแกไม่ทำเอง แกเอามาขายเฉยๆ ผมก็รู้สึกว่าแกยังรู้จักทำมาหากิน ยังดีกว่า ขอทานบางคนดูยังแข็งแรงกว่ายายคนนี้อีก แตไม่คิดจะดิ้นรนทำอะไรเลย นอกจากนั่งพนมมือขอตังอย่างเดียว ดูแล้วเศร้าใจ ...

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

งานบายเนียร์…นั้นสำคัญฉไหน


       พอดีผมไปอ่านเจอบทความนึงของ khem9news.com  ซึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า มันตรงกับที่เป็นอยู่ของ วิศวฯ ม.อ.เลย แต่อีกใจนึงก็คิดว่า นึกว่าเป็นแต่ของเราเท่านั้น ที่จริงก็เป็นที่อื่นด้วยเหรอเนี่ย ลองอ่านกันดูครับ ถึงจะยาวไปหน่อย แต่มันก็ได้ข้อคิดอีกเยอะมาก

       "BYE NIOR มาจากคำว่า BYE SENIOR เป็นงานประเพณีน้อง พี่ งานหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยนอกเหนือจากงาน “รับน้อง”และ “ขอบคุณ พี่” เป็นงานที่จัดขึ้นมาเพื่ออำลานักศึกษารุ่นพี่ที่สิ้นสุดการศึกษา ความสำคัญน่าจะอยู่ที่การทำให้นักศึกษาปีสุดท้ายได้หวนระลึกถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่มีทั้งสุข เศร้า สำหรับงานนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรมากกว่าการกินเลี้ยงธรรมดาๆ ซึ่งมีการแสดงของแต่ละรุ่นและเปิดโอกาสให้รุ่นพี่ที่กำลังจะจบได้กล่าวคำอำลาอย่างเป็นทางการท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง

         แต่ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนวัตถุประสงค์ของงานนี้โดยไม่รู้ตัว มีการจัดงานอย่างอลังการ เช่าห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมหรูหรามีระดับ ร้านเหล้า หรือผับบาร์ ทำให้งานนี้กลายเป็นเวทีประชันความงามไปโดยปริยาย หลายคนซื้อเสื้อผ้าใหม่ รองเท้าใหม่ ทำผมทรงใหม่โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งตัวโป๊ นุ่งน้อย ห่มนิด เพื่องานนี้โดยเฉพาะ และยิ่งกว่านั้นบางคนถึงกับเข้าคอร์สลดความอ้วนเพื่อทำให้ตัวเองดูดี ไม่เป็นที่รังเกียจของคนในงาน ทั้งๆที่ในช่วงเวลาปกติไม่เคยคิดจะรักษาสุขภาพตัวเองเลย ทำไมเราต้องจัดงานเลี้ยงอย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้ งานเล็กๆก็น่าที่จะให้ความรู้สึกดีๆได้

          ถ้าการจัดงานรื่นเริงครั้งนี้เสียค่าใช้จ่ายแต่พอสมควร ไม่ใช่เอาเงินหลายหมื่น หลายแสน ที่เก็บจากรุ่นน้อง ซึ่งยังต้องแบมือของเงินผู้ปกครอง ซึ่งท่านให้เงินมาเพื่อการศึกษาเล่าเรียน และใช้จ่ายเฉพาะในสิ่งที่จำเป็นหรือเหมาะสม ไม่ใช่ให้เงินมาถลุงเล่นกันเช่นนี้ และที่สำคัญคือฐานะทางบ้านของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคนก็ไม่รู้สึกเสียดายกับเงินจำนวนนี้ที่ต้องจ่ายไป บางคนถึงกับนำเงินส่วนที่เขาออมไว้เพื่อซื้อสิ่งที่จำเป็นในชีวิตมาใช้ในงานครั้งนี้ เพียงเพื่อที่ตัวเองจะได้มีส่วนร่วมกับ “เพื่อน”เพื่อที่จะลดช่องว่างทางสังคม

          ซึ่งเงินจำนวนนั้นสามารถทำอะไรให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย และอย่าลืมว่าวัตถุประสงค์ของงานบายเนียร์นั้น จัดขึ้นเพื่ออำลารุ่นพี่ไม่ใช่การประชันความงาม"

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ACM-ICPC Asia Regional Programming Contest 2012


           และแล้วความใฝ่ฝันหนึ่งที่อยากทำในชีวิต คือ เข้าประกวดแข่งขันการเขียนโปรแกรม (ดันโชคดี ได้แข่งระดับเอเชีย อิอิ) เพราะอยากจะรู้ว่าความรู้สึกจะเป็นยังไงบ้าง เห็นเขาแข่งๆเนี่ย น่าจะมีคนเทพๆทั้งนั้น อยากไปอยู่ดงเทพ 5555 และแล้วก็มีโอกาสล่องลอยคลานเข้ามาในชีวิตผม โดยไอตั้วกับไอเคน มันจะลงแข่งแต่สมาชิกขาดไปคนนึง ก็เลยหาๆสรุปมาลงตัวที่ผม เป็นอะไรที่โอเคน่ะ เกรียนยกทีม 5555 แต่ก็นั่นแหล่ะน่ะ ไอเราไม่เคยลงแข่งอะไรแบบงี้เลย เขียนโปรแกรมก็ไม่ใช่เวิกที จะลงก็ไม่รู้จะไปรอดรึป่่าว นี่ระดับเอเชีย ถ้าไม่ได้อะไร ขายหน้าแบบโกอินเตอร์เลยน่ะ =="


             มี Dr. Bill Pocher (ICPC executive director), Dr. Jeff Donahoo (ICPC deputy executive director), Dr. C. J. Hwang (ICPC Asia Director) และ Ms. Brenda Chow (IBM representative) จากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา คนสำคัญระดับโลกมาพิธีเปิดด้วย

บรรยากาศภายในห้องแข่ง
บรรยากาศภายในห้องโค๊ช
              มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 65 ทีม จากมหาวิทยาลัยต่างชาติ 34 ทีม จาก 6 ประเทศ มีไต้หวัน(2) จีน(6) มาเลย์เซีย(7) สิงคโปร์(7) ฮ่องกง(5) และเวียดนาม (7) และยังมีทีมจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในไทย อีก 31 ทีม ได้แก่ ม.มหิดล (2) ม.เกษตรศาสตร์ (2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (9) ม.เทคโนโลยีราชมงคล ศรีวิชัย (4) และ ม.อ. ภูเก็ต (4) และ ม.อ. หาดใหญ่ 10 ทีม 
              เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่าแข่งโปรแกรมอะไรแบบนี้ไปเกี่ยวอะไรกับลูกโป่ง คือ ถ้าทีมไหน Solve ได้ 1 ข้อก็จะได้ลูกโป่งมาหนึ่งลูกมาปักเก๋ๆโชว์พาว์แบบว่า ข้อนี้อ่ะเหรอ กุแก้ได้แล้ว ชิวๆอ่ะร่ะ อิอิ (แอบขู่เพื่อนเล็กน้อย) แล้วก็ระดับความยากของโจทย์ก็จะแตกต่างกันไปตามสีของลูกโป่งด้วย โจทย์ก็จะมี 10 ข้อ Problem A-J ทุกข้อเป็นโจทย์ Eng หมด อ๊ากกก (พาดิกเข้าได้ ใครไม่เทพ แต่นั่งแปลกันปวดตับแน่) ยาวประมาณหนึ่งหน้าครึ่ง Orz (รอบเอเชียโจทย์ยากหน่อย) จะมี Sample Input กับ Sample Output ให้ เกือบทั้งหมดจะเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ ที่ต้องเขียน algorithm solve ให้ออก เครื่องที่เขียนจะเป็น Ubuntu ลง Editors: vi/vim, gvim, xemacs, gedit, kate ภาษาที่เขียนได้ก็จะมี Java/C/C++/C (ผมแอบถามเพื่อนมาล่ะ เขาบอกว่าต้องเขียนกับ C++ มันจะเร็วสุด ) IDE ที่มีก็ Eclipse/Netbeans/Anjuta ให้ได้เลือกใช้



แล้วก็ได้ลงแข่งแบบเอาฮา แต่ก็โชคดี อย่างน้อยได้ลูกโป่ง 1 ตั้งหนึ่งลูกอยู่ TT (ถึงกะใช้คำว่า"ตั้ง") 
แอบเนียนขอลูกโป่งเพื่อนมา 5555 สีขาวคืออยากสุด ไม่มีใครได้เลย




             และแล้วสุดท้ายก็ปิดท้าย Party ประกาศรางวัลที่หาดแก้วรีสอร์ท ไม่มีทีมจากประเทศไทยติด 1-7 เลย แอบเสียใจ แต่ก็ยังดี ทีมจากจุฬาได้ที่ 17 TT


                 บังเอิญว่าตอนกลับ ได้มีโอกาศขึ้นรถร่วมกับทีมที่ได้ที่7 ทีม DiscreteMath ซึ่งมาจาก Vietnam จาก University of Engineering and Technology  ไอเราก็น่ะ อยากรู้ว่าทำไมมันถึงได้เก่งจังฟร่ะ ก็เลยพูดอิ้งเม่งเลยมีอะไรถามหมด (แบบงูๆปลาๆนี่แหล่ะ) คำถามแรก What are you nick name ? เม่ง เขางงเบย สวนกลับมาว่า ประเทศจีนไม่มีชื่อเล่นกัน กำ TT เอาแล้วไงกุ (เป็นคนที่ 2 ในรูป ลืมชื่อแล้ว) จากนั้นเพื่อนๆก็รุมคำถามกันใหญ่ ว่าข้อนั้นทำไง แก้ไงบ้าง แต่คือสรุปได้ว่า ที่เก่งเพราะเขาเรียนวิชาที่เกียวกับ algorithm มาตั้งแต่ ป.6 Orz. (นึกในใจ กุเล่นกระเป่ากบอยู่อีกม้าง) จากนั้นก็คุยๆไปตามประสา

 ปล.ต้องขอบคุณภาคคอมฯที่ผมเรียน ที่ได้เป็นเจ้าภาพ ทำให้ลงแข่งได้ และทำให้ผมประหยัดตังค่าสมัครไป 4500 บาท อิอิ

21 ขวบบบ+3Com4Major2012

    กว่าจะได้มาเขียนวันเกิด อ๊ากก ปีนี้ไม่ว่างเลยจริงๆ ตามจริงก็พูดตรงๆเลยว่าทำงานจนลืมวันเกิด TT เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยน่ะเนี่ย ถ้าถามทำไมเหรอครับ เป็นเพราะต้องเตรียมงาน 3Com4Major ที่ภาคคอมเรา (CoE) เป็นเจ้าภาพ ผมต้องเตรียมงานเองหมดเพราะเป็นหัวหลักของงาน ทำเอาเหนื่อยเลย แต่มันก็คุ้มค่าแฮะ เป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองเป็นอย่างดีเลย ก็เลยเอาภาพมาฝากให้ชมกันน


   





ปล.3Com4Major2012 นี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนบางคนที่ลงเรือลำเดียวกันแล้วพายไปถึงฝั่งด้วยกัน ถึงมันจะไม่ได้ดีมากที่สุด แต่มันก็ทำให้รู้ว่าถึงคนในเรือจะน้อยลง แต่สุดท้ายถ้าเรามุ่งมั่นและตั้งใจ มันก็ไปถึงฝั่งจนได้ ถึงจะช้าหน่อยก็ตาม
ปล.ของคุณเพื่อนๆที่มาเม้นวันเกิดด้วยคับ :D
Thx.SMS จอย+อาร์ม(แก่) Thx.Twitter.พี่เอ็ม
ThxFB. Arm PatiphatNattawee Puengbankoh,อนุกูล ชูติการ,BooKz Kawin,Fareeda Butlam ,Nattaporn Suttishe,Chainarong Chamchanta ,June Supanun,LuciferKza Lastbreathe,ธัชภูมิ ชูสง่า,Nakarn Ice,Vongola Porshe,ผัดไท กุ้งสด ,บิวจิ โซมัช ,BoSs Gag,Pui Nongnut,Kwan Nutnicha,Krit Jantana,นริศราวัลณ์ แก้วนพรัตน์ ,Ekanit Zow Sunsuwan,PangPoon Supawinee Maknuan ,ชิตพล ชุมภูทอง,Woragorn Kheawjeen ,รัฐพงศ์ ยงตระกูล,G'Kibzii Chalala,Gear Na Kub ,MooJin จิ่นจิ๊น,Momay Mvsk,Momay Mvsk,Benzii Hernandez,KlonGtip Suthunya Panich,KlonGtip Suthunya Panich,Toto'z Snow,Um Anusornpakdee,ชนกภัทร เตชะวันโต ,Spencer Anniie Octera ,Sivakorn Phuksapakdeewong,Channarong Pachuenjai ,Gunniiez de Rossi,Phiphu New,Natnaree Eardprapan,Natnaree Eardprapan,Bank Bryant,Wanthalee Chaowanawuth,Khrongkhwan Thammatinna ,Janyaporn Panmueng,Pongcharoen Saraveg,Apisit Daowieng,Kridtanai Chantanaluck,Nowwy Siyanon,Tor Boonnum ,Gunz Apostophy ,MmRefresh Lowsi,Palm Sakarin,Palm Sakarin,หลินฮุ้ย Atisup ,ดับเบิ้ลยู ยูที ,Dezeed Vaseflower ,GuLp Intelligence,อามมี่ นายเหมืองทอง,หวู จื้อทาว,Best Trirat,ตอ เต้ย ตุ๊ย นุ๊ย ,Rakpracha Intania G E ,Nattarat Octera Gayapun,Pol Classic,Ann Kanjapat,Pattanachai Sotarat,Satjawat Krodtem ,อย่าลังแกคนที่ไม่มีคัย ด้วยคำว่ารัก ,Tong' Single ,นัสรุลเลาะห์ เจ๊ะยะหลี ,Nattapong Sansern,Amonrat Nokrurak,Tanon Sirisuk ,Piyapong Thongpang,Tatpon Dad-Moo Phioondee,Kiratik Pt TsRaito,Kiratik Pt TsRaito ,Sopon Phiphatthanamaitree ,Poldet Assanangkornchai ,Smart Chong Bua,อัจฉรา รัตนจรณะ ,Tor Chp,จุ๊บ ปา จุ๊บ ,Porplatagom Sitaphong,Chanit Mechanical ,Kamolwan Mook Sangthong,Kittiphan Benz ,Nita Chitmanee,Plaisawat At TrippleTong ,Plaisawat At TrippleTong ,โลมาน้อย หมูตอน,Bas BlackHeart,Paremwadee Yanwhicharaporn,ป่อ ป๊อ,Memory OfFrequency ,Ton Tirapalika,ชน-บุรี หาดใหญ่ ,NangRai Paey ,Pinky'z Pedigree,Baitong Haruethaiworakul ,Nan Patamaporn,A-Ru Kub ,A-Ru Kub ,BlizzeraaTlz Destroyslayer,Daisy Day,Teerajet Chumrunworakiat,Thanwa Nooploy,Wanmai Srisuwanno ,ประสาสน์ แก่นกระจ่าง,Suttirak Thongngom ,Suttirak Thongngom ,Queenzii Lluvia,Partya Sitaphong,Nattapol Rattanajinda,Kaew Phuket,Phueng Nattida Kaewmak ,ระยะเย็นชา เกิด ขึ้นมาไม่รู้ตัว ,Kachin Pathomponpitak,Mechuk Muk Tanya,Onuma Onrutee,Onuma Onrutee,Josh Loso,Pang Care,Aom Amm,Supanatarm Tonpisan,Jang AveSp,Kuang Ronnakrit,Ext PleuG'z,Sumethat Sawitchako,Nutalways Pazzo,Areeyo Yungist,Kat Rusnee Buena,ลูกเกดดด เด็กหญิงเชื่อคนง่ายดายยย,ปลาทู นึ่ง,Cinteraz Toon,Channarong Pachuenjai,อยู่อาน แซ่สี่,Happy Time,LeLo Yuiiz,Kanoknard Seawpakorn,วรากร วิเศษสินธุ์,Rakjang Narak,ธนพร ส่งศรี,Kiat Pheng-in,Nathapoj Prommul,Nawakan Ubon,อีฟ คร๊าบบ,ปิยวัฒน์ มณีนวล,OAo Alaiz,Sippaphas Swaroj,Rambo Boo,Rambo Boo