วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

2 กุมภา วันเกิดป๋มมม

        และแล้ว  วันคล้ายวันเกิดน้องชูก้อมาถึง โอ้..มาย..ก็อดดด  ถึงเวลาต้องจ่ายตังอีกแล้วว  เป็นอารัยที่หนักจัยเป็นอย่างยิ่งเพราะตังค์หมุนไม่พอเลยเดือนนี้  อารัยๆก้อติดลบไปหมด  ยิ่งมาไม่สบายอีกจะบ้าตายย แต่ยังงัยก้อได้เลี้ยงเพื่อนๆ
        เริ่มต้นด้วยเลี้ยงเพื่อนๆในกรุ๊ป R ด้วยพิซซ่า 2 ถาด+แปปซี่ 2 ขวดใหญ่  แต่ก้อยังไม่อิ่งกานน  พี่ตองเรากับไอธงก็เลยช่วยกันออกอีก 2 ถาด  ซึ่งขอบคุณจิงๆแทนเพื่อนๆในกรุ๊ปด้วยล่ะกันๆ (ตามจิงจะช่วยออกนั่นแหล่ะ แต่ตังค์มันไม่มีจิงๆว่ะ)


        ตามต่อด้วยเลี้ยงเหล้าเพื่อนๆกรุ๊ป M (ตอนแรกลืม ตอนหลังไอบังเอกมันทวงที่สัญญา งานเข้าเรยกุ = =*)  ก้อไปกานที่ร้านห้อยขาหน้าเขา  ไปกันเยอะมาก  ก้อมี  ไอหมี   ไอบังเอก  ไอเอกหัวชี้  เชอรี่  เอ็กซ์  จิ๋ว  ท็อปฟี่  เจต  ต้น  ไอม่อย  นัท  หลี  เจ(บัลเล่)  เจผอม  ไม่ขนไปทั้ง ม.เลยล่ะ  หึหึ  แต่ค่ากับแกล้มก้อช่วยออกกัน  กว่าจะกลับกานก้อปาเอาตี  3  เฮ่ยย  กุอยากจะหลับ  เพราะอีม่อยตัวเดียวรั้งกุไว้  เซ็งเรยๆ


‎***จงสุขสันต์ในวันเกิด
ขอให้ ชู..สุดหล่อ ชาว ม.ว.
สาวมาง้อ มาขอรัก ในวันเกิด
การเรียนต่อ ก็สำเร็จ ชีวิตเลิศ
พรประเสริฐ ทั่วทั้งหลาย ยกให้คุณ
...หล่อต่อไป 555

                                      Yongyudh Na Nagara

ขอบคุณคำอวยพรจากทุกๆคนนะครับๆ


Na' Parwankorn  ,  โบน๊ะ โบราณณ  ,  วรากร วิเศษสินธุ์  ,  NangRai Paey  (ป้าชิด)  ,  โยธิน นันทชัยพิทักษ์  (ปิ่น)  ,  Suhila Sama  ,  Melon Iiz  ,  Pichanun Srivaro  ,  Dekkapolo Beezii  ,  ไม่มีหัวใจ แถมไร้สมอง  (ธง)  ,  เด็กชาย สุดที่รัก  (สุด)  ,  อุดมศักดิ์ บัวงาม  (อาร์ม)  ,  Pornchai Meesiri  (เบียร์)  ,  Pornaree Sukprasert  ,  Ris Bg  (ริท)  ,  Attawuth Singburee  (เบ็นซ์)  ,  Angkana Thongruang  ,  Chaturaphat Chanthit  (พี่จุ๊)  ,  MCpee Ronnakit  (แม็ก)   ,  Tabo Attanath  (โบ๊ท)  ,  Gunniiez de Rossi  ,  Kcc Rinyathip  ,  Kokiat Nhujun  ,  Jupzjang Tithaisong  (พี่จุ๊บแจง)  ,  Plug Gu Indy  (ปลั๊ก)  ,  พริก ขิง  (รัก)  ,  Naylovekung Intania  (พี่เนย์)  ,  รชาธินันทน์ กรรณมรกตสกุล  ,  ชนกนาฏรฐา เภาแก้ว  ,  Artty Babypooh  ,  Rakjang Narak  (ภา)  ,  Mechuk Muk Tanya  (มุก)  ,  Suppakit Ketseng  ,  Sattawat Laongtep  ,  LuciferKza Lastbreathe  (ขิง)  ,  สองจุด นัดพล  ( จีน)  ,  จักรกฤษณ์ เอียดนุ่น  (สมาย)  ,  รัชทายาท องค์ชายม่อย  (พงษ์)  ,  หยิม วะวะว้าว  (หยิม)  ,  Theerasuwat Seneewas  ,  Lavy Panalopy  ,  Ball X Sahay  ,  Koon BugSiaw  ,  ใอ ป๋าา อะ เดซิโม่  (เวย์)  ,  Titha Boonyanuwat  ,  Fonthip Chiaraboot  (พี่ฝน)  ,  Siripanya Dome  ,  Palathip Wuttiprayoon  (บูม)  ,  Nopparit Nawason  (พารหมณ์)  ,  Yong Pornsawan  ,  Blackpaper Bp    ,  Karn 'z Rozelð  (น้องกาน)  ,  Cinteraz Toon  (การ์ตูน)  ,  Anan Chantarachote  (นันท์)  ,  Onyuma Jeew  ,  เปรียว บายจัยนิ  ,  Nattaporn Suttishe  (ต้น)  ,  Firedevil New  ,  Kanin Longseng  (คณิณ)  ,  น้องเริ่มต้น มิสเตอร์สตาร์ทเตอร์  ,  Piiz เเจ๊นน น.  (น้องแจ๊น) ,  ชาย ชรันจ์  (น้องธัช)  ,  หญิง สุภาภรณ์  ,  Noona Law Tsu  ,  Pang Care  (แป้ง)  ,  น้องเมย์ ผู้หญิงจริงๆนะ  ,  อติกานต์ โคพิชัย  ,  Srisupang Rx  ,  ธนภัทร มีมงคล  (โอ๊ต)  ,  ภวิศ แก้วผอม  ,  Nisanat Intarakul  ,  Pepsii Pilibda  ,  Saranya Pongtana  ,  BoranMan กำลังใจที่มองไม่เห็น  ,  Yongyudh Na Nagara  ,  Jubjib Pukpicha  ,  Fon Kamolnit  ,  ChuChu Chamnongpakdee  ,  Forfeem Nu-on  ,  Hatsadin Payappanon  ,  Kornwalai Choomwong  ,  GupGift Jantip  ,  Wichaya Paleecheep  ,  Wanthalee Chaowanawuth  (ส้มโอ)  ,  Polly Lyly Listm  ,  KlonGtip Suthunya Panich  (กลอง)  ,  Nuttapon Longkhao  ,  Chonticha Uamjaibun  ,  Realzaki Ruangthong  (ชน)  ,  Mui LoveChocolat  ,  Kasinee Sudthongkong  ,  Natthapon Kunrit  ,  Nawakan SpiritOf Justice  ,  Nattaphon Detrungruang  (เฮียซัน)  ,  Bookk Kawin  (บุ๊ค G.Q)  ,  Ton Tirapalika  (ต้นมะพร้าว)  ,  Romteera Mookda  ,  เดกหญิง กาโปโล  (ฟาซา)  ,  Kanjaneeporn Junkaew  ,  Kae Panatda  ,  Chaloemphon Sunthonnon  ,Nattapong Sansern  (ไนท์)   ,  Runchana Pochanakit  (ฟาง)  ,  Kanoknard Sewpakron (มิว) ,  Nattapong Hayamin  (ก็อฟ G.Q)  ,  Pimchanok Saksrinawa  ,  Nowwy Siyanon  (พี่มะนาว) ,  Warittha Nuanpradit  ,  Gamekub Kittinat  (เกมส์)  ,  Banthita Boonthipphalert  ,  R-nidnoi Kongpitee  ,  Belle Nursing  ,  Chomphunut Saetang  ,  Thikamporn Makkawan  ,  Anocha Chaocharean  (พี่โห่นง)  ,  Watcharino Isumo  (พี่ต้น)  ,  Piyapong Thongpang  (พงษ์)  ,  Nutnaree Eadprapan  (พราว)  , Chattraporn Surawirot  ,  Saowapak Thummasane  (แป้ง)  ,  Taweesak Kongruang  (เจ  G.M)  ,  Panupong Paopradit  (แม็ก)  ,  Ranida Gade  ,  ศิริวรรณ แก้วนพรัตน์  (เมย์)  ,  Tosaporn Saowaros  (ท็อป)  ,  PocKy Kiss  (พี่เจน)  ,  Rungrainbow Rainbowra  ,  I'mBoyy Bf  (บอย)  ,  Varathip North Thanhawas  (น้องนอร์ต)  ,  Jatuwit Kongnue  (น้องบอม)  ,  BeBee Soraya  (บี)  ,  Porplatagom Sitaphong  (พี่ปลา)  ,  Arma Mas  ,  เฟชบุคนี้ ไม่ประสงค์ออกนาม  ,  Bongkot Uraisawat  ,  Toto'z Snow  (โต้)  ,  Saralee Khunritkaew  ,  Kromatorn Sarittiboon  (น้องกร)  ,  โลกจะแตก อนาคต-ซามูซ่า  ,  ชา กาย'  (สกาย)  ,  Kotchapon Mac Cullen  ,  Chadamas Leela A-nantawong  (รุ่ง)  ,  Weerisa Yodsri  ,  Khemtong Songkro  (เข็ม)  ,  Sirinan Moomo Suwanrasamee  ,  Tong Choptang  ,  Thanaphat Mitparien  ,  ไ'บตอง เลอะเทอะะะ  ,  Siriporn Choopradit  ,  ธัช ธัช  ,  ปาจรีย์ แก้ววิจิตร  ,ปัญญาพร ค้ำชู  ,  S.a. คุณท่าน  ,  Oam Green 'up  ,  Ekanit Zow Sunsuwan  (น้องซอ)  ,    Itsaranun Pephet  ,  ไอ่อ้อม เจิ้ง  ,  Pimpimol Talithong  ,  Tharnthip Pitaktham  ,  Apistha Tipwaree  ,  Karnn N' Fragile  ,  Apple Parichat  ,  ชนากานต์ เหล่ากำเนิด  ,  Wuttichai Muttarattana  (พี่บิลลี่)  ,  Phannita Chitbunchong  ,  Whann Z'together  (หวาน)  ,  Jarinat Ruangdech  ,  เอ็ม เอ็ม  ,  Thekop Chane  ,  Chanakarn Wuttiprayoon  ,  Nuttakit LeelarpornUdom  ,  Sirinarong Rattanamontree  ,  Khrongkhwan Thammatinna  ,  Nattapat Worakul  ,  Rattiya Jaksuapirak  ,  Pimpisut Phanmanee  ,  Sahapong Somwong  ,  Spencer Anne Kamol  ,  Krit Jantana  ,  LeLo Yuiiz  ,  Ake Srithong  (เอก G.M)  ,  Pees Panpaporn  ,  Yveseve Bureesri  ,  Patlapa Chumanee  ,  Mariia Mimiie  ,  陈伶慧  ,  Pup Kiriki Jung  ,  SmileHeart Meeny  ,  Dew Kit-itichot  (ดิว)  ,  June Joule Jul  (จูน)  ,  Katom Love U  (ต้อม)  ,  Wannajan Wittayapanpracha  ,  Namchar Lamp  (น้ำชา)

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

HBD To Me....

      เหลืออีก 2 วัน  [2 กุมภา นี้ ก้อครบรอบ 18 ปีพอดีๆ] แล้วสิน่ะ ที่วันเกิดจะมาถึง ก้อแอบภูมิใจและดีใจลึกๆว่า ไม่น่าเชื่อว่าจากผู้ชาย ตัวเล็กๆ ขาวๅ หน้าตาดีๆคนๆนึง  ที่ออกมาจากท้องแม่ได้  ชีวิตเดินทางมาถึงตรงนี้เวลานี้  ปีนี้แก่ขึ้นอีกปีตามเคย  แต่สิ่งต่างๆที่ตั้งใจไว้ที่จะทำมากมายๆ  บางอย่างอาจไม่ได้ทำ ทำเต็มที่ หรือไม่เต็มที่ก้อตาม แต่ทุกอย่างที่ผ่านมา ล้วนเป็นบทเรียนล้ำค่าที่สอนให้รู้จักคุณค่าของมนุษย์และการดำเนินชีวิตในโลกอนาคต่อไป

      มีนักปราชญ์จีนคนนึงเคยกล่าวไว้ว่า "It does not matter how slowly you go so long as you do not stop. ไม่สำคัญว่าท่านจะเดินช้าแค่ไหน ตราบที่ท่านไม่หยุด" เป็นคำสอนที่ฟังทีไรก็ซึ้งกินใจมาก  เพราะว่าคนที่จะทำให้สำเร็จหรือชนะคนอื่นนั้นสิ่งที่เป็นคุณสมบัติที่สำคัญคือ  จะต้องเป็นคนที่ไม่หยุดยิ่ง  กล้าที่จะก้าวไปสู่สิ่งที่ใหม่ๆ ที่ดีกว่าตลอดเวลา  ในบางครั้ง  ถ้าเมื่อไหร่ที่หยุดนิ่งขึ้นมา มันก้อยากมากที่จะก้าวเดินอีกครั้งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก้อแล้วแต่  หรือในบางครั้งเราไม่มีโอกาสที่จะก้าวเดินต่อไปอีกเลย


      ก่อนที่จะว่างไปดูละครเวที  ก้อเหลือเวลาว่าง  เป็นผมยาวรุงรังมากก  ก้อเลยไปตัดผมที่กาญกาย  ระหว่างตัดก้อคิดว่าจะยิดผมหรือตัดให้เกรียนดี  แต่สุดท้ายก้อเลือกที่จะตัดเกรียน  เพราะ  คิดว่า  อยากจะเปลี่ยนแปลงอารัยบ้าง  เพราะว่าเบื่อแล้วที่ต้องนั่งหัวฟู  เบื่อแล้วที่ต้องไปยืดผม  เบื่อแล้วที่จะต้องรักษาผมให้ดี  เลี้ยงมาหนึ่งปี  พอได้แล้วบ้าง ไม่อยากทำอารัยที่ต้องซ้ำๆ จำเจๆ น่าเบื่อๆ อีกอย่างไม่มีตังค์ด้วย 555


      หลังจากนั้นก้อได้มีโอกาศไปชมละครเวทีเรื่อง "รัก...ที่ต้องมนตรา" ของคณะศิลปศาสตร์  ที่หอประชุม จะบอกว่าค่อนข้างหน้าเบื่อ แต่ก้อดีที่ยังมีฉากตลกๆและเข้มข้นอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงจืดหน้าดู  แถมฉากเปลี่ยนบ่อยมากก  เปิดปิดไฟกันจนไอจุ๊บบอกว่าปวดหหัวเลยทีเดียว 555  แต่ถ้าถามความประทับใจคงหนีไม่พ้น องคลักษณ์พระราชา  555 (คนด้านขวาของรูป)  เพราะอยู่ดีกว่าพระราชาซะอีกก  เสียงก้อหล่อ  หุ่นก้อดี  แอคติ้งก้อโอ เจอตัวข้าวเวทีก้อน่ารักๆ  แถมดัดฟันด้วย  555  อีกอย่างนึงที่ประทับใจ  ก็คือนางรำ  ในเรื่องนี้  นางรำ 2 คนก็สวยมากกก  (นั่งอยู่ด้านหน้า) และรำได้สวยมากกว่าหน้าตาอีก 555  ชอบมากมายอ่ะๆ  กะว่ะจะไปขอถ่ายรูปซะหน่อย  แต่อดเรย กล้องแบดหมดซะงั้น  - -*

     ปีนี้ก็ไม่มีอารัยมากมาย เพราะเงินไม่ค่อยจะมี หลังจากเรียน อิ้ง เสร็จ เบื่อๆ เซ็งๆ  ก้อเลยไปเดินซีเอ็ด เดินไปเดินมาได้หนังสือมาหนึ่งเล่ม ก้อตัดสินใจอยู่นานเลยทีเดียวว่าจะซื้อหรือไม่  แต่คิดไปคิดมา  ก็คิิดว่าวันเกิดในหลายๆปีก่อนหน้านี้  เราไม่ได้ให้อารัยตัวเองเลย  ให้แต่คนอื่นๆ ทั้งที่เป็นวันเกิดของเรา  จึงตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้  (ทั้งๆที่ตังไม่ค่อยจะมี อิอิ)  ให้เป็นของขวัญในวันเกิดให้กับตัวเอง  มันมีชื่อว่า "Brain Power" ของ หนูดี  วินิษา

     สุดท้ายแร้วก้ออยากจะบอกว่า  ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่  ที่เกิดน้องชูมาและเลี้ยงมาให้เติบโตทุกวันนี้  ครูอาจารณ์ทุกท่าน  ที่คอยเป็นพ่อแม่คนที่สอง  คอยอบรม  สั่งสอนอยู่ตลอด  พี่ๆและเพื่อนๆ ทุกๆคนที่เป็นเพื่อนไปไหนด้วยกัน  กินข้าวกัน  เที่ยวด้วยกัน  ติวหนังสือด้วยกัน  และสุดท้ายขอบขอบคุณแฟนคลับทุกๆท่านและคะแนนเสียงทุกข้อความที่โหวตมาให้กำลังใจ  น้องชูสัญญาว่า  จะไม่ลืมทุกๆคน  ขอบคุณจิงๆคับ  (555)  HappyBrithday to me..

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

อนาคตเป็นตัวตัดสิน

           ตั้งแต่ปีใหม่มานี้ก็ไม่ได้เขียนบล็อคเลย  อาจเพราะไม่มีเวลาต้องเรียนเต็มที่และงานอารัยหลายๆอย่าง  จนมาถึงวันนี้  เทอม 2 ของวิศว่ะ ม.อ.  รั้วสีบลู  ลูกพระบิดา ก้อเรียนไปๆก็เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว  ได้รู้รสชาติถึงคณะที่อยากจะเรียน  แต่เรียนไปๆ  รู้สึกว่ามันหินมากในวิชาต่างๆ  อาจเพราะเราไม่ขยันพอ  ไม่ตั้งใจเรียนพอ  หรือว่าฉลาดไม่พอที่จะเรียน  ไม่ว่าอารัยก้อแล้วแต่  ก็เกิดคำถามขึ้นใจใจมาตลอดว่า "มันใช่ทางของเราหรือป่าว ??"  "เราเรียนเพราะอยากเป็นวิศวะจิงๆ หรือ แค่ได้ให้ดูดีเวลาคนอื่นถามว่าเรียนอะไรเท่านั้น"  คิดๆไปก็เริ่มท้อใจเล็กๆ  แต่ก็คิดว่าไหนๆเข้ามาได้แล้วก็ต้องสู้ให้เต็มที่สิ  คนอื่นที่เค้าอยากเรียนแต่ก็ไม่โอกาสแต่แล้วทัมมัยในเมื่อเราได้รับโอกาสนี้แล้วไม่ทำให้เต็มที่ล่ะ  สมกับที่คนที่เรารักและคนที่รักเราตั้งความหวังไว้
         เทอมนี้ก็ตั้งใจไว้ว่า  จะไม่ด็อปซักวิชานึง  ถ้าวิดว่ะมันไม่ใช่จิงๆก้อให้เกรดออกมาแล้วถูกทายไปเลย ดีกว่าอยู่แบบนี้ ด็อปไปเรื่อยๆก้อเหมือนโยนไปในอนาคต  แล้วถ้าไม่ผ่านอีกก้อโยนไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่มันจะหมดซักที 8 ปีก็ไม่รู้หมดป่าว ลงแต่ตัวช่วยของคณะศิลปศาสตร์เต็มที่ไปหมด  แล้วทำไมไม่เรียนศิลศาตร์ล่ะ เรียนครบหมดแล้วยังจบได้วุฒิ แต่วิดว่ะเรียนตัวช่วยวิชาศิลศาสตร์ครบหมดวุฒิศิลศาสตร์ก็ไม่ได้  วิดว่ะก็ไม่จบ  คิดไปคิดมาเสียดายเงินพ่อแม่ๆต้องเสียทั้งค่าเทอม  หอพัก แล้วไหนจะเรื่องกิน  เรื่องต่างๆอีก แล้วยิ่งถ้ามาโดนทายเอาปี 3 ปี 4 ไม่อยากจะคิดด
         ตั้งแต่วันนี้ไป  สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน  ทำเรียน  เรียน  และเรียน  ให้มากที่สุด  เท่าที่ลูกผู้ชายคนนึงจะทำได้  เพราะอนาคตมันไม่แน่นอน  เราอาจไม่อยู่ให้เรียนแล้วก็ได้  และสุดท้าย  ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียนที่นี่จนถึงวันนี้ก็ดีใจมากที่ได้มีเพื่อน  มีสังใหม่ที่ดีๆๆ  ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง  ขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน  พ่อแม่  เพื่อนๆทุกๆคนทั้งในกรุ๊ป ในโรงเรียน  ในมหาลัย ในจังหวัด  ในประเทศ  และทั่วโลก  ที่คอยเป็นกำลังใจเสมอมา
         "เชื่อว่าทุกคนในโลกนี้  เคยแพ้  เคยล้มเหลว  คนแพ้ไม่ใช่นที่ล้มเหลว  แต่คนที่ล้มเหลวคือคนที่ล้มเลิกต่างหาก"


ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า
"สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู


ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง



ชายกลุ่มหนึ่ง...เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน



ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก



ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก



ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ



ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"



ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"



หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน มอนโร" นั่นเอง



ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก



ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิ ลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ 

วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554

printf(" ฤดูสอบ ฤดูเครียส ฤดูลันลั๊า");

       หลังจากเงียบหายไปเดือนกว่าๆ วันนี้ขอสละเวลาส่วนตัว (อันมีค่ามากกก) มาเขียนไดอารี่แก้เซ็ง  ในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีเรื่องราวๆทั้งสุข(มากกก)  ไปจนถึงทุกข์(มากกกก)  ที่เกิดขึ้นกับนิชคุณซึ่งล้วนแต่เป็นประสบกรณ์ที่ชีวิตที่มีค่ามากเลยแหล่ะ
      เริ่มต้นเรื่องร้ายเลย  เฮ่ยย  นิชคุณต้องเข้าโรงพยาบาลโดยไม่ตั้งตัว  เนื่องจากอะไรนั่นเหรอครับ  ก็ก้างปลา(เชี้ยรัยไม่รู้)  ทานเข้าไปแล้วมันไปเสือกติดเข้าไปในหลอดลม  ก็เลยต้องเอาออก  แต่ปัญหาคือว่า  ไม่คิดว่าามันจะเปลี่ยนเรื่องใหญ่มากมายขนาดนี้  ไม่นึกว่าจะต้องเอาออกในห้องผ่าตัด  ให้น้ำเกลือ  ให้นู่ให้นี่  และอีกมากมายกายกองง
     เริ่มแรกเลย   วั้นนั้นเป็นวันอังคาร  มีคาบเรียนตั้งแต่ 9 โมง ยันบ่าย 3  พอเรียนแอลลิสที่คณะศิลศาตร์เสร็จก็จะต่อด้วยคาบออดิโอ้  แต่นิชคุณก็หิวข้าวมากๆ  กลัวไปเรียนไม่ทัน  ก็เลยแวะไปทานข้าวที่โรงอาหารศิลศาสตร์  เราก็สั่งๆ  จะจ่ายตังแระ  แต่แล้วสายตาอันแหลมคมของนิชคุณก้อหันไปเห็นปลาเข้าพอดี  ด้วยความเป็นคนที่ชอบกินปลามากก  ก็เลยสั่งมาัตัวนึง  กะว่าจะกินให้อร่อย  แต่พอสั่งมาแระ  ก็หันมาดูเวลา  โอ้แม่จ้าวว เหลือ 10  นาที  ทัมงัยล่ะ  จึงรีบกินติดไฮสปีดกานเรยทีเดียวว  ระหว่างนั้นก็มีเพื่อนโทรศัพท์เข้ามา  กลัวว่ามันมีธุรสำคัญก็เลยต้องกินไปคุยไป  (ปกติจะเป็นคนไม่รับโทรสับตอนทานอาหารหรือตอนนอน  ถ้าไม่เ็ห็นว่าสำคัญจริงๆ)   พอวางสายเสร็จ  รู้สึกแปลกๆในลำคอ ชัดเจน ก้งปลาคงติดคอแล้วแหล่ะ  เพียงเท่านั้นก็มีผู้หวังดีข้างๆ  (คืออีเดี่ยว)  บอกให้กินข้าวเปล่าไปเยอะๆเรย เดี๋ยวก็หลุด  เม่งเราก้อเชื่ออีก  พอกินไปๆ ปรากฏว่าหนักกว่าเดิมอีกก ซวยล่ะกุทีนี้  เจ็ยมากกว่าเดิมอีก  กลืนน้ำลาย  พูด  หรือแม้แต่กระทั่งกินน้ำไม่ได้เลย  เจ็บมากก  แต่เนื่องจากไม่อยากขาดเรียนก็เลยต้องไปเรียน  จำได้ว่า  เรียนคาบออดิโอ้กับอิ้ง เป็นอารัยที่ต้องนั่งทรมารสุดในชีวิตเลย  พอหลังจากเรียนอิ้งเสร็จ   ก็เลยไปหาหมอที่คลีนิคสุขภาพใต้หอ 7
     พอไปถึงเสร็จก็ให้บอกพยาบาลเค้าว่าก้างปลาติดคอ ...แต่ปรากฏว่า  ที่คลีนิคไม่มีเครื่องมือและหมอ  อ่าว  เม่ง  ไม่มีแล้วมึงจะเปิดเพื่อ  นี่ที่กูรักษาอยู่วันๆนี่มันพยาบาลเหรอ  มิน่า  กูเป็นอะไรก็แจกแต่พาราแคบๆ  กูละเหนื่อยใจ  (ขอระบายนิสนึง 555+)  กลังจากนั้นก็เลยไปแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล  พอยื่นบัตรเรียบร้อยไปนั่งรอหน้าห้องให้พยาบาลเรียกเข้าห้องเสร็จทั้งนักข่าวช่องต่างๆ  ทั้งผู้ว่าจังหวัดก็มา  เราก็นึกในใจเป็นแค่นี้ไม่ต้องมาหาไม่ต้องมาทำข่าวก็ได้  นิชคุณไม่อยากให้แฟนคลับต้องเสียใจ  555+  แต่ปรากฏว่ามีคนโดนวางระเบิดหรืออารัยนี่แหล่ะ  นักข่าวเลยมากันเต็ม  เราก็รอกัน 2 ชม.กว่าๆ จะได้ตรวจจ  เฮ่ยเหนื่อยจัย  และแล้วก็ถึงคิว  พอนิชคุณเข้าไป  คุณหมดคนสวยก็ทั้งตรวจทั้งส่องกันเต็มที่  แต่ก็ไม่เจอ  ก็เลยให้ส่งตัวไปแผนก  คอ  หู  จมูก  ส่องกล้องอีกทีนึง  พอไปที่แผนก  คอ  หู  จมูก  ก็เจอคุณหมอสวยและพยาบาลใจดี  อีกสองท่านนึง  อิอิ   มาช่วยกันส่องกล้องหา  หากันอย่างเมามัน  แต่ก็ไม่เจออ  ก็เลยให้ไปเอ็กเรย์  แต่ผลออกมาก็ไม่พบ  คุณหมอเดาว่าน่าขะเข้าไปในหลอดลมแล้วถ้าเข้าไปจิงจะต้องผ่าเอาออกในห้องผ่าตัด เอาแล้วสิกู   ซวยอีกแระ  ไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว
      หลังจากนั้น  คุณหมอก็ให้ไปเอ็กซเรย์อีกรอบนึง แล้วก็ชัดเจนเรยเพราะปากหลอดลมมันบวมๆ  ก็เลยให้ไปเจาะเลือด แล้วก้อทำเรื่องต่างๆให้เรียบร้อยก่อนผ่าตัด  ครั้งแรกของชีวิตต เจ็บมากก แงๆ  ไม่กล้าดูตอนเจาะเลยย  หลังเจาะเสร็จก็ไปที่เตียงห้องนอนของโรงพยาบาลเพื่อรอผ่าตัดตอน 1 ทุ่ม  ขณะนั้นเวลาประมาณ  5  โมง   แต่นิชคุณทำใจยังไม่ได้ก็เลยขอกลับไปห้องก่อน  เดี๋ยวขอกลับมาตอน 6 โมง  พยาบาลก็เลยให้ไป  เราก็กลับห้องมานั่งทำใจสักพับ แล้วก้อเกบของใช้ต่างๆที่ต้องใช้ใส่กระเป๋าเพื่อไปโรงพยาบาลพอนิชคุณเก็บของเสร็จเรียบร้อย  ก็เตรียมตัวไปโณงพยาบาลพอดี  ขณะนั้นก้อเลย 6 โมงมาแระ  พยาบาลก็โทรตามเลย  โหดจิงๆๆ  บอกว่า  น้องชูวงศ์มาที่ห้องได้แล้วน่ะค่ะ  คุณหมดให้โทรตามค่ะ  คับๆ  หลังจากนั้นก็ขึ้นไปที่ห้องและไปยังเตียงง  แล้วก็พยาบาลให้ไปเปลี่ยนชุด  เราก็น่ะครั้งแระอ่ะ  ไม่เคยผ่าตัดมาก่อน  ก็ไม่รู้เค้าต้องใส่กางเกงในกะบอกเซอร์ป่าว  เราก็ใส่ป่าวว่ะ  ก็เลยใส่ไปๆ  พอเปลี่ยนชุดเสร็จ  พยาบาลก้อมาเจาะน้ำเหลือ  แงๆๆ จะร้องไห้ๆ เจ็บมากๆ เราก็บอกว่ากลัวเข็ม  เจาะเบาๆหน่อย ไม่ฟังนิชคุณเรยย   หนังจากนั้นก็มีบอกต่อ  เดี๋ยวถ้าเจาะไม่ตรงเส้นเลือด รอบเส้นเลือดจะปูนๆขึ้นมาต้องเจาะใหม่น่ะค่ะ เราก้ออึ้งๆ  หลังจากนั้นชีก็บอกต่อว่าจะฉีดยานู่ยานี่ยานี่มากมายไปหมด  เราก้อตกใจ อารัยน่ะครับ..ฉีดเลยเหรอ  พยาบาลคงเห็นนิชคุณหน้าซีดก็เลยบอกว่า  ไม่ต้องกลัวค่ะ  จะฉีดทางน้ำเกลือค่ะ  เราก็เฮ่ยยโล่งเลยๆ  จากนั้นพี่เค้าก็วัดความดัน  โห  ทำไมความดันน้องสูงแบบนี้ล่ะค่ะ  ก็เค้ากลัวอ่ะคับ  ครั้งแรกของของชีวิต  ถ้าอย่างนั้นนอนซักพักน่ะค่ะ เดี๋ยวจะมาวัดใหม่ๆ  ระหว่้างนั้นชีก้อถามเรียนอารัยเหรอ  เราก้อตอบเรียนวิศวะดิคับ ดีไม่ตอบแพทย์ศาสตร์  อิอิ  แล้วนี่ไม่มีเรียนเหรอ  อ๋อๆมีครับ  มีเรียนอาทดคอมมูคับ  อ๋อๆ พี่ก็เคยเรียนเหมือนกาน  พูดแค่นี้จะถามเพื่อ......จากนั้นพาเราไปซักประวัติ  ยาวได้อีกซักอารัยนักหนาก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมดด  แต่ข้อสุดท้ายจำเม่นเลย  พี่เค้าถามว่า  น้องมีความกังวลอะไรไม่ค่ะ  เราก็ตอบตรงๆเลย  หึหึ  กังวลครับ  กังวลอารัยเหรอค่ะ  ก็กังวลผ่าตัดนี่งัย  น่ากลัวจะตาย  เอางี้เลยเหรอค่ะ  คับๆๆ  อิอิ  หลังจากที่พยาบาลไปเราก็นอนปลงกับชีวิต  ทำไมน่ะ  คนนิสัยดีๆ หน้าตาดีๆอย่างเรา  ต้องมาเจออารัยแบบนี้ด้วย  ไม่ไหวจาเคียร์ๆ
       หลังจากที่จะเสร็จทุกอย่างแล้ว  ก็นอนหลับตาคิดอารัยเรื่อยเปื่อยจนเคลิ้มๆจะหลับ  พยาบาลก็มาบอกว่า  ห้องผ่าตัดพร้อมแล้วคุณหมอให้ไปได้เลยๆ  เราก็นะ  เฮ่ย  ถึงเวลาขึ้นเขียงแล้วเหรอ  เป็นงัยเป็นกัน  ก็เลยลุกไปฝากของกับพยาบาล พอจะเดินขึ้นเตียงปรากฏว่ากางเกงหลุด  ไอพนักงานเข็นเตียง(ไม่รู้เขาเรียกว่าอารัย)  ก็บอกว่า  น้องคับ  เขาไม่ใส่กางเกงในกับบ็อกเซอร์น่ะครับ  ลองถามพยาบาลดูนะครับว่าให้ใส่ป่าว  เราก็ตกใจก็เลยหันไปถามพยาบาล  ชีก็บอกว่า  ไม่ใส่น่ะค่ะ  ขอโทดทีน่ะค่ะพอดีน้องเค้าพึ่งเข้ามาก็เลยรีบ  ลืมบอกน้องเค้าน่ะค่ะ  แก้ตัวกะพนักงานขนเตียงหน้าตาเฉย  เชอะ  ถ้าไม่น่ารักงอลไปแระน่ะเนี่ยๆ  555+  เราก็เลยต้องไปห้องน้ำเพื่อถอดกางเกงในกะบ็อกเซอร์ออก  แต่ก็นึกในใจถ้ามันหลุดอีกล่ะว่ะ  ไม่เห็นหมดเลยเหรอเนี่ย  ไม่น่ะ  เค้ากลัวว  555+  หลังจากนั้น  ก็ขึ้นเตียงที่พนักงานขนเตียงเอามา  แล้วก็พาไปห้องผ่าตัด
      พอไปถึงหน้าห้องผ่าตัด  ก็มีหมอเยอะมากกมายืนแซว  ถามนู่ถามนี่กันอย่างเมามัน  แต่จำหมอคนนึงพูดได้  "มีอารัยก็มาหาพี่ได้ตลอดน่ะค่ะ"  555+  หัวเราะแถกกันทั้งห้องเลยทีเดียว  จากนั้นก็พาเข้าห้องผ่าตัด  จะบอกว่าหมอในห้องผ่าตัดน่ารักมากก  แล้วก็มาถามเราบอกว่า  มาซักประวัติตรวจความจำรัยงี้แหล่ะ  เราก็โอเคคับ  ชิวๆๆ  คำถามแรก  น้องมาที่นี่ทำไม  โอ้แม่จ้าวถามมาได้  ถ้าไม่เห็นเป็นหมอหล่อด้วยพูดดีด้วย  จะด่าให้แระน่ะเนี่ย  หึหึ  อืมม  มา..มาผ่าตัดครับ  ผ่าตัดอะไรเหรอ  ยังจะต่ออีก  ผ่าตัดคอคับ  พอดีก้างปลาติดหลอดลมครับ  ช่ายแล้วครับ  โหพูดซะเหมือนถูกรางวัลแจ็กพอตร้อยล้าน  แล้วรู้ขึ้นตอนไหมครับว่าต้องทำยังงัยย  เราก็บอกไม่รู้  แล้วพี่หมอแกก้อสาธยาย บลาๆๆๆ  จนจบ  เราก็ครับๆ  มีอารัยสงสัยไม่ครับ  จะถามรัยอีกล่ะพูดซะหมดแล้ว  ไม่มีครับๆ  จากนั้นก็สอนต่อว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วต้องกำหมัดให้แน่น  อาจมีอาการแพ้ยาสลาบบ้างทำงัยบ้างๆๆ  หลังจากเสร็จเรียบร้อย  ก็บอดว่ารอหมอแปปนึงน่ะครับๆ
     พอคุณหมอมาก็จับลดมัดขามัดแขนซะดิบดี  คงกลัวเราจะดิ้นชักหรือหนีระหว่างผ่าตัดมั้ง  แล้วก็วางยาสลบ  แล้วก็หลับโดยไม่รู้สึกตัว.........โดนขึ้นมารู้สึกเหมือนโดนรุมโซม  เข็ด  เมื่อย  ล้า  ไปหมดทั้งตัว  ไม่น่ะหมอทำอารัยกะเค้า  รับผิดชอบด้วย  555+  แล้วเราก็คลื่นไส้จะอ้วก  ที่จะอ้วกก็เพราะไอสายดูดน้ำลายนี้แหล่ะ  เราก็ไม่ไหวแระ  แยงอยู่ได้  ก็รวมพละกำลังที่มี  บอกว่าไม่ต้องครับ  มีเสมห่ะติดคออยู่  หมอเค้าก็เลยเอากระโถนมาให้  รอดไปอย่าเอาไอสายนั่นมาอีกน่ะ  จากคุณหมอก็พามานอนพักฟื้นด้านนอกห้องซักครึ่ง ชม.ได้  แล้วก็พอไปบนห้องนอน  ไอพนักงานเข็นก็คนเดินอ่ะแหล่ม  เห็นเราพูดได้เข้าหน่อยก็ถาม  อารัยเลยจะไม่ได้และ  จากนั้นก็มาถึงห้อง  ห้องปวดระบมไปทั้งตัวเลย นอนก็ไม่ได้นอน  พี่พยาบาลมาให้ยาแล้วก็เช็คความดันทุกชม.  เอาแระงัย  ผอมแน่  นอนไปเรื่อยๆ  พี่พยาบาลคงเห็นเราร้อนมากก  ก็เลยเอาพัดลมมาให้  น่ารักมากเรยๆ  เราก็นอนอย่างสบา่ยใจ  แต่แล้วก็ปวดฉี่ขึ้นมา  ไม่น่ะ  ไม่อยากเดินไปฉี่เพราะเข็ดมาก เดินยังไม่ได้  ก็เลยต้องนอนกลั้นอยู่บนเตียงเพราะไม่อยากไป  ไม่กล้าบอกพยาบาลด้วย  กลั้นมาถึงเช้าก็ให้เพื่อนมาเช็คเอ้า  (หรูซะ)  เราก็ได้ไปฉี่สมใจ  อิอิ  จากนั้นก็ไปเอายา  เคียร์เรื่องเงิน  แล้วก็เก็บหระเป๋ากลับบ้านอย่างสบายใจๆ

      และสุดท้าย  ก็ไปดูหนังที่เฝ้ารอคอยมาเป็นเดือนๆ   เพราะหลังจากดูทีเซอมาตั้งแต่ประมาณกลางปี   รู้สึกชอบในกราฟฟิค  CG  มากๆ   พระเอกก็โอเค แต่นางเอกสวยมากก  ชอบมากที่นางเอกนอนบนโซฟา ดูแล้วสวยเซกซี่มากก  วันนี้ก็เป็นโอกาศดีที่เบื่อจากการอ่านหนังสือ และประกอบกับด้วยอารัยหลายๆอย่าง  ก็เลยไปดูหนังแก้เซ็ง หลังจากที่ดูแล้ว  ก็บอกได้เลยว่า  หนังเรื่องนี้ทำดีมาก กราฟฟิคก้อถือว่าเยี่ยมเรยทีเดียว สขายความคิดล้วนๆ  เนื้อหาก็ไม่ซับซ้อนเข้าใจได้  แต่รู้สึกยังไม่เต็มอิ่มยังยืดๆเหมือนแฮรี่พอตเตอร์  แต่ ฉากแอคชั่นก็สุดยอดดมันส์ได้จัยๆ  ทำให้อยากดู  3D  กันเรยทีเดียวว  ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากอีกเรื่องนึงเลยทีเดียวที่ส่งท้ายปีนี้  สำหรับนิชคุณกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าดีกว่าเแฮรี่พอตเตอร์มากก  คุ้มค่าตั๋วที่เสียไปเลยทีเดียว

วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วันสบายๆ ของ นาย ชูวงศ์

        เป็นงัยกันบ้างเพื่อนๆ ที่น่ารักๆกันมากมาย ยังคงสบายดีอยู่น่ะ ส่วนนิชคุณ คนนี้ก้อยังสบายดี หล่อ เกาหลี เหมือนเดิม ตอนนี้ก้อเปลี่ยนห้องมาสิงสถิตที่ 110430 แล้ว แฟนคลับทั้งหลาย ก้อตามมาได้เลยๆ 555+

        ตั้งแต่เปิดเทอมมา รู้สึกช่วงนี้ไม่รู้เป็นรัย ซวยๆ ให้เซ็งๆๆ ตลอดเลย ตั้งแต่โดนรถชน (ดีน่ะที่รอดมาได้)  คอมเสีย (ซ่อมติดกัน 2 รอบ ไม่รู้เสียต่ออีกป่าว)  มือถือชาดแบดไม่เข้า เงินก็หาย และอื่นๆ อีกมากมายเลยทีเดียวว  เฮ่ยย อุดส่าไปทำบุญมา
      
        แต่เรื่องรถชนนี่สิ โอ๊ย ทัมเราเจ็บไปหลายวันเรยย แต่ถ้าเป็นอารัยมากกว่านี้ ชิบหายแน่ๆเรย ไหนจะคิวงานต่างๆ ไหนจะเรียน โอ๊ย อารัยมากมาย อิอิ แต่ตอนทำแผลนี่สิ เจ็บมากอย่าไม่ต้องบรรยาย โอ๊ยย อ๊ากก ซีสสส กันเรยดีเดียว แต่ดีน่ะที่พยาบาลน่ารัก น่ากิน ก็เลยรักษาภาพพจน์ หุหุ  พอทำแผลเสร็จ  นางพยายาลคนสวย ก็นัดก็นัดมาทำแผลรอบ 2 พรุ่งนี้ เราก็เลยมาตามนัด  ตามภาษาเด็กแอ๊บแบ้วหน้าตาดี  อิอิ  พอยื่นบัตรเสร็จ  เราก็บอกว่ามาทำแผล  เท่านั้นแหล่ะ พยาบาลก็บอกว่าให้ขึ้นเดียง เฮ่ย พยาบาลสมัยนี้ แอะอ่ะอารัยก็ขึ้นเตียง คิดอารัยกะเค้าอ่ะป่าว 555+  พอขึ้นเตียงเสร็จ พยาบาลคนใหม่ก็ลอกผ้าก็อตปิดแผลออก เรานึกในใจ เจ็บโครตๆแน่เรย พยาบาลก็อุส่าหันมาบอกเราอีกน่ะว่า "ที่เจ็บเนี่ย ไม่ได้เจ็บเพราะที่ทำน่ะค่ะ แต่เจ็บเพราะขนติดที่เทปติดสก็อต ค่ะ ขนเยอะมากๆเลย" อ่าว คุณพยาบาลคับๆ ผู้ชายขนมันเยอะแล้วมันแปลกตรงไหนอ่ะคับ แล้วคุณพยาบาลก็ช่วยลอกเบาๆให้ขนมันไม่ติดสิคับ อยากพูดน่ะ แต่เค้ากลัว อิอิ  ปรากฏว่าพี่พยาลาบ ลอกอย่างเมามันมาก ไม่แคร์สื่อกันเลยทีเดียว หน้าแบบว่า วันนี้ต้องลอกให้ได้ อารัยอย่างนั้น เจ็บแบบว่าไม่สามารถบรรยายได้  รู้อารมถึงคนแว็กขนเลย แงๆ  แถมพรุ่งนี้นัดเราดูแผลอีก - -* งานเข้าแน่กรุ ช่วงนี้ก็เลยต้องรักษาตัวเป็นพิเศษ ไม่ออกไปไหน อ่านหนังสืออยู่ห้องดีกว่า 555+

       เช้าวันนี้ไปนั่งเรียนคณิตศาสตร์ เฮ่ยย ปวดขามากแต่ยังงัยก็ต้องไปเรียนเพราะกลัวไม่รูเรื่อง ยิ่งอาจารย์คนสวยขึ้นเรื่องใหม่อีก ไม่ไปก้อไม่รู้จะว่ายังงัยแระ เอาว่ะเป็นงัยเป็นกัน ก็เลยต้องหอบสังขานที่เต็มไปด้วยซิกแพ็ค ไปนั่งเรียนจนหมดคาบ หลังจากนั้นก็เอารถที่ถูกชนไปซ่อม พอซ่อมเสร็จก็ไปลั๊นล้าต่อกะน้องยุ้ย น้องมิว แล้วก้อน้องแป้งคนสวยย จุ๊ฟๆ  เป็นอารัยที่สนุกกันมาก หลังจากที่ไม่ได้ไปไหนด้วยกันมานานมากกก

       และแล้ววันนี้ก็ไปดูหนังมาใหม่อีกเรื่องนึง  เป็นเรื่องที่อยากจะไปดูมากๆ เพราะเห็นไตเติลในทีวีมันส์มากก ก็เลยตักสินจัยเสียสละอันมีค่าไปดู แต่พอเอาเข้าจิงง เฮ่ย เนื้อเรื่องไม่มีอารัยเลย มะได้เรื่องเรยย แต่ยังดีน่ะที่ CG สวย สมจิงใช้ได้ๆ เสียดายเงินจังเรยย

      วันสบายๆ ของ นาย ชูวงศ์ วันนี้ก็สนุกมาก  มีเพื่อนก็ดีอย่างนี้นี่เอง  ชีวิตไม่น่าเบื่อจำเจ   ได้ทำอารัยบ้าๆบอๆที่ไม่แคร์สื่อ 555+ ( ที่ทำไปอ่ะอายคนน่ะ แต่ทัมงัยได้ไม่แคร์สื่อ อ่ะ 555 ) อาบน้ามล่ะ บ๊ะบายคับเพื่อนๆ ทุกๆคนๆ

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ชีวิต(เ)ปิดเทอม [ Episode2 ]

       ห่างหายกันไปนานเรยที่ไม่ได้มาเจอกัน  ก้อเพราะว่าคอมมันเสียย เศร้าเรยย  จำเล่นรัยก้อไม่ได้  เพสบุ๊คก้อไม่ได้เล่น  เอ็มก้อไม่ได้ออน  เหมือนชีวิตมันขาดอารัยไปซักอย่างงง  แต่ก็ทำให้รู้ว่า  การฝึกจิตใจให้เข้มแข็งตัดจากสิ่งที่เราติดเนี่ยมันยา่กแค่ไหนน
       ก้อมีเรื่องราวต่างๆ มากมายๆ ที่ไม่ได้เขียนและถ้าเขียนก้อคงจะเขียนไม่หมด  เอาเปงว่านึกอารัยได้ก้อจะเขียนล่ะกัน  หุหุ
       วันรับปริญญารุ่นพี่ ก้อได้มีโอกาศไปแสดงความยินดีกะพี่ปราชคนสวย เพราะถ้าไม่ไป  เดี๋ยวคุณพี่จะน้อยไจ  อิอิ  เราก้อน่ะตั้งใจจะไปเต็มที่  แต่ดันลืมตั้งนาฬิกาปลุก  ก้อเลยตื่นสาย งานเข้าเรย เราก้อรีบอาบน้ามอาบท่าแต่ตัวเต็มที่  แล้วก้อวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปลานจอดรถ  แล้วก้อขับออกไป  ดันลืมซื้อดอกไม้  ต้องแวะซื้อดอกไม้อีก  พอซื้อเสร็จจะขับไปขณะ  รถยังติดแบบว่าโครตๆ  กว่าจะถึง  เกือบจะเป็นลม  เท่านั้นยังไม่พอ พอถึงแระที่จอดรถเต็มอีก - -* กว่าจะหาที่จอดรถได้ ทำเอาเหงื่อไหลกันเลยทีเดียว  แต่โชคดีที่พอจะแซกไปจอดได้ อิอิ  แล้วก้อรีบลงรดมาอย่างรีบเร่งงเพราะกลัวว่าคุณพี่คนสวยจะไปหอประชุม  แต่ก้อทันน  รอดตัวไป อิอิ   ก้อไม่อยากจะบอกว่า  ร้อนมากๆ  ร้อนได้อีกและก้อร้อนสุดๆ แต่ก็ยังเห็นแต่ละคนยังยิ้มได้  ยังวุ่นกับการถ่ายรูปโดยไม่กลัวดำ เฮ๋ย นับถือกานจิงๆ




       แล้วก้อวันสอบไฟนอลวันสุดท้าย ก้อจบลงก้อได้ไปเลี้ยงฉลองอารัยต่างๆมากมายๆ  ทั้งเพื่อนๆในกรุ๊ป และเพื่อนเก่าๆที่ลงมาได้เจอกันมากมายๆ  ไม่ว่าจะเป็น ไอแมน  ไอแม็กแอล ไอแม็กผี กลอง อรุ อาร์มแก่ ไอชะม้อย  และอีกมากมาย แต่ที่ลงมาไม่ได้เจอแ่ต่โทรบอกก้อเห็นจะมีไอนันท์  ปีม  เจ  ไอหมีเกมส์




        แต่ก่อนที่จะกลับบ้านก้อได้มีโอกาสไปชมนิทรรศการภาพถ่าย ที่ Craft House&Art Gallery ซึ่งมีหมุดเวียนให้ชมทั้งปี  ก็ได้เข้าไปดูพบกับรูปภาพถ่ายที่สวยงามมากมายเลย แต่ไปสดุดกับภาพๆนึง ปรากฏว่าเป็นของครู รร. เรานี่เอง ก้อเลยถ่ายมากันให้ดู


          โดย  คุณครูกิจจา  ชูเชิด  ให้ความหมายกับภาพๆนี้ว่า  "การดูภาพจากกล้อง  หลังจากที่ได้ถ่ายภาพไปแล้ว  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองและกลุ่มเพื่อนๆ ได้"

          และแล้วก้อมาถึงวันเปิดเทอม  แต่เปิดได้วันแรกก้อพายุเข้าซะแล้ว  ฝนตกหนักมาก  ลมแรงแบบสุดๆ  น้ำท่วม มอ เลย  มหาลัยเลยสั่งปิด  ก้อเลยได้มีโอกาสขับรถเล่นๆไปรอบเมืองหาดใหญ่  ปรากฏว่าน้ำท่วมมากมายย  บางที่ถึงหน้าอกกันเลยทีเดียว  อารัยมันจะหนักขนาดนี้เนี่ยย  ไม่ไหวจาเคียร์  ไฟฟ้าและน้ำถูดตัดหมด  ก็เลยจะโทรหาพ่อแม่ก้อสัญญามือถือถูกตัด  อารัยมันจะเลวร้ายขนาดนี้

          แล้ววันนี้ก็ได้มีโอกาสไปแพ็คของจัดส่งให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมกับมหาลัยด้วย  โดย มอ ได้เปิดเป็นศูนย์กลางรับความช่วยเหลือและส่งความช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยด้วย  สิ่งของจากประชาชนก็หลั่งไหลมาไ่หยุด  ฮอก็มารับของตลอดเวลากันเลยทีเดียว  กะว่าจะไปลงพื้นที่แจกของ แต่เรือดันหมดเลยไม่ได้ไปซะงั้น แต่ไม่เปงรัยพุ่งนี้กะจะไปช่วยอีก


          สุดท้ายก็อยากจะกับคนๆนึงว่า  เบื่อมากกับคำว่า  "ขอโทษ"  ขอร้องเหอะอย่าพูดอีกเลย  ถ้าพูดแล้วไม่มีสมองที่จะคิดว่าจะทำให้มันดีขึ้นอ่ะ  ก็อย่าพูดดีว่า  ก็ไม่อยากว่าหรอก  เฉยหลายครั้งแล้ว เผื่อว่าจะคิดได้  จะทำได้ดีขึ้น  แต่ไม่เลยยิ่งไม่พูดก้อเหมือนยิ่งแย่ลง  อยากรู้จิงๆ ว่าคิดไม่ได้บ้างเหรอ  ครั้งนี้ถ้าไปคนเดียวจะไม่ว่าเรย  แต่นัดเพื่อนไว้อีก 2 คนอ่ะ  ก้อย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าออกไปกะเพื่อน  แล้วมีงี้อีก  อุดส่านั่งรอ  ก็อยากจะรู้ว่าจะโทรมาเมื่อไหร่  จะโทรมาบอกกันบ้างไหม  แต่ไม่เลย  รอจนเลยไป  45  นาทีแล้ว  ก็ไม่มีอารัยก็เกิดขึ้น  เซ็งสุดๆแล้วก็เลยโทรหา แต่ก้อได้ยินคำแก้ตัวดีๆ  ก็แค่อยากจะรู้อ่ะ  โทรบอกโทรถามซักคำไม่มีเลยเหรอ  ทีกับคนบางคนอ่ะโทรได้โทรดี คุยได้เป็นวันๆ  เหี้ยจิงๆ ก็ได้รู้กับเพื่อนอ่ะไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องไปแคร์มันแระ   เสียความรู้สึกมากว่ะ

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ชีวิตปิดเทอม [ Episode1 ]

วันนี้ก็ได้กลับบ้านซะที  หลังจากที่เหนื่อยจากการเรียน  การเที่ยว  การย้ายห้อง  ฯลฯ  แต่ก็มาคิดอีกทีจะกลับทัมมัยหว่า  วันนี้นี้แล้วที่เราจะผ่าพันคุดนิ  เฮ่ย  นรกใกล้เคลือบคลานเข้ามาอีกแหล่ะ  ยังจำภาพเหตุการณ์วันแรกที่เราผ่าซี่แรกได้เลย  มันเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายมาก  ต้องนอนทนเจ็บอยู่บ้านตั้งหลายวัน  เป็นอารัยที่เซ็งมาก  อดเที่ยว  อดกินนู่กินนี่ที่อยากทุกอย่าง  แต่มันก้อดีที่ทำให้ผอมได้ลงไป  (นิสนึง อิอิ)
                หลังจากที่กลับบ้านไปมีตังติดตัวกลับพันสอง  พอถึงบ้านเหลือสองร้อยกว่าบาท  โอ้แม่จ้าวว  จ่ายอารัยไปนักหนาเนี่ย  พอมาคิดๆดู  โห  มีแต่เรื่องไรสาระทั้งนั้น  มีของฝากปู่กะย่าเอง  ส่วนของพ่อกะแม่  ดันทำหล่นระหว่างขับรถซะอีก  เปงอารัยที่ซวยมากจิงๆ  เฮ่ย  ช่วงนี้ไม่รู้เปงรัย  จ่ายวันนึงไม่ต่ำกว่าสองร้อยตลอด  มีแต่ตังค์ออกไม่มีตังค์เข้าเลย  พอมาคิดๆดูก้อสงสารพ่อแม่  อุส่าหาเงินให้มาใช้  แต่ดันใช้ไม่มีประโยชน์  จะขอเพิ่มก้อไม่กล้า  (ซึ่งได้อยู่แระ) เพราะกลัวะถูกถามว่าตังไปใช้อะไรหมด  เฮ่ยย  วัยรุ่นเซงง
                ก้อดีใจมากที่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัวหลังจากห่างหายไปเนิ่นนานเพราะไม่ได้กลับบ้านเลย  ก้อเปงอารัยที่แอบดีจัยอยู่ลึกๆ  หุหุ  แต่ก้อไม่ได้กินข้าว  กินกับข้าวเล่นซะมากกว่า  อิอิ  เพราะก่อนกลับบ้าน  ไอดอกดิวมันพาไปกินส้มตำชายทะเล  แพงก้อแพงแถมคิดตังค์ให้ก้อผิด  ถ้าไม่ขอดูบิลคงไม่รู้นะเนี่ย  คงจะเสียค่าโง่ไปอีกหลายบาท  แล้วต่อด้วยพาไปเลี้ยงสเวนเซ่นอีก  เฮ่ยย  เบื่อโครตๆชีวิตอาทิดนึงกินไม่ต่ำกว่าสามครั้ง   รู้แระทัมมัยน้ำหนักขึ้น 
พรุ่งนี้ตอนเช้ามีนัดกะแม่ไปเดินซื้อของในห้องซะหน่อย  อุส่าชวนพ่อให้ไปด้วยกัน  แต่พ่อบอกไม่ได้ไปหรอกเพราะติดทำงาน  แต่ยังงัยก้อจะลากไปให้ได้  หึหึ  ส่วนตอนเย็นก้อมีนัดกะไอยายอาร์มแล้วก้อชะม้อย  (ไม่รู้กลับมายัง)  ไปเล่น  ฟิสเน็ทด้วยกันนน
                มีเพลงๆหนึ่ง  ฟังแล้วเพราะมาก  อยากให้ทุกคนได้ฟังกานน
 
ปล1.  อ่านบล็อกไอบูม  เม่ง  เพ้อถึงสาวคนใหม่มันได้อีกว่ะ  เน่าโครตๆ   บ้าไปป่าว
ปล2.  อ่านบล็อกไอเบญ  เมิงจะเศร้าไปไหนว่ะ  กุล่ะสงสารแทนๆ
ปล3.   เกรดออกวันที่  29  ต.ค.  อย่าลืมดูกานล่ะ
ปล4.  ปิดเทอมแล้วมันเงียบๆ  คิดถึงเพื่อนๆจัง  ไม่ได้เจอหน้ากันเลย  นึกถึงเวลาไปลั๊นล้าไหนด้วยกัน
ปล5.  คิดถึงก้อโทรมา  ห้ามยิง  ห้ามส่งฉุกเฉินมา  เพราะกรุล่ะเบื่อโทรกลับแระ  ตังเริ่มไม่มีจะโทรกลับแล้ว
ปล.6  พรุ่งนี้ขึ้นเขียงผ่าฟันคุดซี่สุดท้ายยย  แงๆ
ปล7.  มึงจะ  ปล.  เยอะไปไหน  งงกะตัวเอง

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

@ โรงพยาบาลทันตกรรม


      มีเรื่องหลายๆเรื่องมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต  แม้ว่าการเรียนปิดเทอมมันจะจบไปแระ  แต่ชีวิตและปัญหาต่างๆมากมายก็ไม่เคยจะจบตาม  ตอนนี้ก็รอไอบูมมันผ่าพันครุด  โครตนานเลย  กว่าจะได้เข้าก้อนาน  ผ่าก้อนาน  ตอนนี้เขียนอยู่ 2 ทุ่มกว่าแระ ยังผ่าไม่เสร็จเลย  ไม่รู้จาอารัยกันนักกานหนา  นิชคุณละเซ็ง
      ตอนนี้การบ้านการเมืองก็ไม่รู้เป็นอารัยไปหมด  คัยท้องกะคัย  ได้กะคัยเป็นเรื่องที่ฮอตที่สุด  แล้วยังไปเกี่ยวกะการเมืออีก  กุละปวดหัว  ตามมาด้วย  ดาราสาวแย่งสามีดาราอีกคนนึง  เป็นข่าวคลิปเสียงด่าหลุดกันมากมาย  สังคมมันต่ำลงขนาดนี้เลยเหรอ  ดาราน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีแแก่ประชาน  แต่กลับทำตัวต่ำกว่าอีก  เป็นข่าวไม่เว้นแต่ล่ะวัน  ล่าสุดพึ่งเดินร้านหนังสือ  เห็นปกหนังสือก็อตซิบ  ภาพหลุดดาราดูปาก  ลิ้นเลีย  นวยเนียกันอย่างดูดดื่ม  โห  สงสารเด็กๆที่ยืนดูกันจัง  มี่ตัวอย่างแบบนี้  รู้ว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคล  แต่คุณเป็นคนของสังคมมันควรทำอย่างนี้เหรอ
      ขอพูดหน่อยเหอะ  เบื่อผู้หญิงบางคนมาก  ที่ไม่รู้อารัยจิง  แฟนขอบอกเลิกแต่ดันมาพาล  ว่าเลิกกันเพราะคนอื่น  นิสียเหี้ยมากว่ะผู้หญิงแบบนี้  เลิกเหอะเราเชียเลย  ทั้งที่ก่อนหน้าอุส่าช่วยให้กลับมารีเทิน  ในที่สุดสิ่งที่ได้ล่ะคืออารัย  ช่างมันเหอะ
      ในที่สุดไอบูมมันก้ออกมาซะที  ค่อยมาอัพไดอารี่ใหม่ บ๊ะบายๆ

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อ่านหนังสือ [ หรือป่าว?? ] ลงทะเบียนเรียนแสนสาหัส

          ในวันที่เซ็งๆกับการสอบ  แล้วยังต้องมาเจอกับฝนที่ตกหนักอีก  ชีวิตมันจะแย่ไปไหนอีก  เมื่อไหร่น่ะ  จะสอบจะเสร็จซะที  เฮ่ย  ชีวิตน่ะชีวิต  นี่แหล่ะอยากจะเรียนนักกะไอวิศวะ  แล้วงัย  มานั่งเครียส  นั่งเกรียน  นั่งเซ็งอยู่  เบื่อมากกกถึงมากกกที่สุดดดด  หึหึ
          กะว่าจะเข้ามาห้องสมุด   แต่ดันไม่มีหนังสือให้กุซักเล่ม  มันจะยืมอารัยกันนักกันหนา  แต่ก็โชคเข้าข้างก็งี้แหล่ะน่ะ  คนหน้าตาดีๆๆ  ดีน่ะที่เราไปยืนรอกิ๊กอยู่ที่เคาเตอร์ยืมคืน  อิอิ  ก็เลยได้มาเล่มนึง  แอบคิดในใจ  มันจะคืนทัมมัยว่ะ  เดี๋ยวสอบนิไม่เอาไปอ่านเหรอ  มันเทพหรือมันด็อปแล้วว่ะ  แต่ก็มีเสียงดังแว่วๆมาในสมอง  แล้วมึงไปเสือกอารัยกะมันว่ะ  มันคืนให้มึงมีอ่านก้อดีเท่าไหร่แล้ว  อื้ม  ก็ถูกของมัน  ขอบคุณจิงๆๆ ซาบซึ้งๆๆ  ถ้าไม่แคร์สังคมกะจะร้องหน้าเค้าเตอร์แล้วเนี่ยย เป็นพระคุณอย่างสูงอย่างสูง
         สอบในเทอม 2 ก้อจะน้อยลงง  แต่มันก็ยังมากอยู่ดีอ่ะแหล่ะ  ขนาดด็อปไป 2 ก้อมี  สอบพีแพร วันที่ 5  สอบเค็มวันที่  8  แมนเอ็นวันที่  10  ดรออิ่งวันที่  11  โอ้แม่จ้าววว  ขนาดด็อปไป 2 อารัยมันจะเยอะขนาดนี้เนี่ย เฮ่ยยย  นิชคุณละเซ็ง
          ส่วนตารางเรียนเทอม  2  ก้ออย่าพูดเรย  อัดแน่ซะ 22 หน่วยกิจ  มีเวลาให้กุหายใจบ้างป่าวเนี่ย มีมาให้ 18  ลงตัวช่วย 2 ก้อเต็มแย้วว  แต่กว่าจะได้ลงนี่ดิ  อุส่านั่งรอเซฟเวอร์เปิดตั้งแต่  8  โมงครึ่ง  กว่าจะลงได้  เม่ง  ปาเอา  5  โมง  นั่งรอแต่หน้าคอมปวดหัวมาก  อุส่าเปิดเซฟตั้ง  13  ไม่ได้ช่วยอารัยเลย  อย่าบอกน่ะว่ามหาลัยติด 1 ใน 5 ของประเทศ  อายเค้าว่ะ  เด็กเค้าจะลงเรียนกันชาตินี้น่ะไม่ใช่ชาติหน้าน่ะ  เงินท่จ่ายค่าเทอมไปไม่ช่วยอารัยเลยเหรอ  ห่วยมากถึงมากที่สุดด  ทำอารมเสียมากก

        
         เข้าเพสวันนี้ไปสุดเจอกับเพลงๆนึง น่ารักมากกชอบๆ มาจากเพสอีต้นมะพร้าว(ดอก)  นั่นแหล่ะ  เอามาให้ฟังกานด้วยๆๆ


        ผ้าที่ส่งซักเอากลับมา  ก็เปียกฝนหมอเฮ่ยยย   หิวข้าวเว้ยยย เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกซะทีว่ะ....
        ปล.กะว่าพรุ่งนี้จากลับบ้าน  จะได้กลับป่าวเนี่ยยหรือว่าต้องมีงานอารัยเข้าอีก  คอยดูกานนน  ขอแต่ว่าอย่าให้ฝนตกก้อล่ะกาน  สุดท้าย  รักทุกคน  จุ๊ฟๆ

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

เบื่อ เซ็ง อยากอยู่คนเดียว [โดนรถชน เม่งเอ้ยย]

      เงียบหายไปนานเรยสำหรับไดอารี่เล่มนี้  ก้อเหมือนเดิมแแหล่ะน่ะ  ยังเป็นคนๆเดิมที่ทุกคนรู้จักกันดี  แต่นิสัยและอารัยหลายๆอย่างอาจเปลี่ยนไปกันบ้างตามเวลาและอารมณ์  ก็อย่าอารัยกะเรามากมาย  บางครั้งก็เหมือนเดิมแหล่ะ   อยากจะทำอะไรคนเดียว   อยากอยู่คนเดียว  อยากทำอะไรคนเดียวใหม่ๆบ้าง  เผื่อชีวิตมันได้ดีกว่านี้

      เบื่ออ  เซ็งมาก  เบื่อกับทุกๆอย่าง  เซ็งกับทุกสิ่ง  รู้สึกว่าชีวิตทำอะไรมันก็ติดขัดไปหมด  ก็คิดในใจน่ะ  ว่า  อาจเพราะเราทำไม่ดีพอหรือป่าว  หรือมันไม่ดีจิงๆ  แต่อารัยก็แล้วแต่  ถ้าเราพยายามที่จะทำมันอ่ะ  อารัยมันก็สำเร็จแหล่ะ  แต่ัมันอยู่ที่ว่า   เราจะขยันพอที่จะทำสิ่งๆนั้นหรือป่าว  หรือคอยแต่หยุดอยู่กับที่  เพื่อให้มันมาหาเองหรือให้คนอื่นทำให้...

      สอบเคมีวันนี้โครตยายว่ะ  (ตกลงข้อสอบมันยาก  หรือ  กุโง่เองว่ะ)  เฮ่ยย  แต่ยังงัยก็ทำเต็มที่ล่ะกัน  ได้ไม่ได้เดี๋ยวก้อรู้ตอนคะแนนสอบเองแหล่ะ  สอบเสร็จกุนอนท่าเดียวไม่ทำรัยแระ  (คงติดเชื้อมาจากไอโปแปง อิอิ)  หลังจากนั้น  ตอนเย็นก็ไปติวหนังสือใต้ตึกฟัก  ก็ไม่ได้ติวหลอกน่ะ  ชวนกันไปนั่งกินน้ำชา  ดีจิงๆ  พออ่านเสร็จ  (ซึ่งไม่เข้าสมองเลย)  ก็ไปกินข้าวต้มชุมพรต่อ

หน้าหอนาฬิกา
      
      แต่ก่อนที่จะไปกินข้าวต้มชุมพรนี่แหล่ะ  เฮ่ยย  โดนรถชนเต็มๆ  จะใครซะอีกล่ะที่ชน  คนหนีไม่พ้นอีบูมตัวปัญหานั่นแหล่ะ  เรื่องมันมีอยู่ว่า  พอดีเห็นเพื่อนเดินมาข้างถนน  ไอโชแปงก็เลยจอดรถรับ ก็คือไอบอม  (ขาวๆตี๋ๆ เล่นบาสอ่า)  ไอบอยมันขับตามหลังไม่ทันระวัง  ก็ตามประสาเต่าอ่ะน่ะ  เลยชนกับรถโชแปง  โครมมม...  ฮากันเต็มที่  แต่ทันใดนั้น  กรรมก็ตามสนอง  ในระหว่างที่หัวเราะไอบอยกะโชแปงอย่างเมามันนั่นเอง  ไอเดียวก้อหยุดรถ  (มันจะหยุดทำเหี้ยรัยฟ่ะ)  เราก็นั่งบนรถ  ไอบูมก็ขับตามมาหลังมันก็เสือกหันไปดู 2 คู่นั้น  เม่ง  ชนท้ายเต็มๆ  ขาถลองหมดเลย  อารัยมันซวยแบบนี้ว่ะ  ส่วนไอบูมไม่อยากจะบอกว่า  หายหลังล้มรถฮาได้จัยจิงๆ 555+  แต่ก็น่าสงสารมันอ่ะ  เพราะมือถือหน้าจอแตกเยย  ถอยไอโฟนเลยบูม

      ปล.1  ยังงัยก็รักกรุ๊ปนี้  อยากยุ่ง  อยากอยู่  อยากมีส่วนร่วมเสมอ รักน่ะ จุบุๆ
      ปล.2  ง่วงแระ พรุ่งนี้สอบแลปฟิอีก  โอ๊ยยย ไม่อ่านรัยที  จะบ้าตายแระ


วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

วันหนึ่งที่รู้สึกแย่ใน"กรุ๊ป"มากที่สุดๆ

     วันนี้ก็มีหลายๆ  เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้หนักใจอีกตามเคยย  ก็น่ะคนเรามันจะให้ทำให้ดีทุกเรื่องๆและให้เพื่อนๆทำให้ถูกใจเราในทุกๆเรื่องมันก็เป็นไปไม่ได้

     และวันนี้เป็นวันหนึ่งที่รู้สึกแย่ในกรุ๊ปมากที่สุดๆ  มีแต่เรื่องหน้าเบื่อๆ เดิมๆซ้ำๆ เพราะแต่ล่ะคนไม่เห็นค่าเลยของคำว่า"กรุ๊ป"  ต่างคนต่างเฉยเมิย  ปล่อยให้ค่าของมันต่ำลงๆ  จนเกิดปัญหาต่างๆมากมาย  จนถึงจุดๆหนึ่ง  คิดว่าคงมันคงจะไม่เหลือให้เราเห็น  คงจะไม่ได้โทษสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะใคร  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น  แต่อยากให้คิดว่าทำดีแล้วเหรอยังกับคำว่า"กรุ๊ป"  ไม่ใช่สนใจแต่ปาก  แต่คำพูด  แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ทำอะไรเลย  เห็นแก่ตัว  พอมีงานอะไรก็ไม่เคยคิดจะโทรถามว่าจะให้ช่วยอะไรตรงไหนบ้างไหม  พอไม่รู้ข้อมูลก็มาว่า ว่าทำไมไม่บอกกันบ้างเลย  เคยคิดจะโทรถาม จะถามงานคนอื่นบ้างใหม่แทนที่จะต้องให้เพื่อนต้องคอยให้สั่งตลอด  คิดเองไม่เป็นบ้างหรือไง  ถึงเวลาแล้วหรือยังล่ะที่จะหันมาเห็นค่าของคำว่า"กรุ๊ป"

     ตอนเช้าก่อนที่จะรับสเด็จฯก็เบื่อมาก ไม่เข้าใจทำไมชีวิตมันอารัยนักหนาแบบนี้ ก็เลยไปไหว้พระอีกตามเคย  สูดอากาศสะอาดๆ  ทำจิตใจใหบริสุทธิ  ตัดจากอะไรซักอย่างที่มันกำลังตามเรามา  หลังจากรับเสร็จฯเสร็จ  ก็ไปดูนิทรรศการ กับ ต้น ตอง แล้วก้อบูมที่ลีกาเด้น  จำชื่อไม่ได้แล้วว่านิทรรศการอะไร  เดินไปทั่วๆงาน  ก็ไปสดุดกับภาพๆหนึ่ง  ในภาพนี้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังมองไปที่สิ่งๆหนึ่งด้วยสายตาที่สื่ออารมณ์อย่างชัดแจน  ในสายตาของเด็กคนนั้น  มันบ่งบอกอารัยหลายๆอย่าง ทั้งความสุขและความทุกข์  ไม่รู้สึกสึกแบบนี้มาก่อนเลย  หลังจากนั้นตอนดึกก้อออกไปกินเหล้าปั่นกะยุ้ยแล้วก้ออ้น


      ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอารัย  มันมีฟิวอยากทำอะไรคนเดียว  อยากอยู่คนเดียว  เงียบๆคนเดียว  เที่ยวคนเดียว  ดูหนังคนเดียว  เบื่อที่ต้องมาเจอผู้คนมากหน้าหลายตา  เบื่อที่จะต้องมาทำอย่างนู๊อย่างนี้ทั้งๆที่ใจเราไม่อยากทำเลย  เบื่อที่จะต้องมานั่งเถียงใครๆกะเรื่องไร้สาระ  เบื่อ..

      การตรงต่อเวลา  ยอมรับว่าแต่ก่อนมาสายเสมอ  แต่ปัจจุบันนี้  มาสายน้อยมากถ้าไม่มีเหตุการณ์สำคัญจริงๆเท่านั้นแหล่ะที่ไม่ไปตามทัน  อยากจะพูดว่า  ถ้าคนเราเห็นประโยชน์ของการนัด  การเห็นใจคนอื่น  และการรอคอย  เหตุการณ์บางเหตุการณ์คงไม่เกิดหรอก  ไม่ได้พูดว่าเหตุการณ์ใด  ที่พูดมานี้ไม่ได้ว่าใครทั้งนั้น  ไม่ได้โทษว่าใครผิด  แต่มันอยู่ที่ว่าถ้ามันเกิดขึ้นแล้วสามารถที่จะแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร  หยุดคิดซักนิดหนึ่ง  อย่าให้มันซ้ำรอยเดิม  สิ่งง่ายๆแบบนี้หวังว่าคงจะทำกันได้น่ะ


      เวลา คือ การที่โลกหมุนอยู่ทุกขณะ



เวลา ผ่านไปไม่ย้อนกลับ

เวลา เครื่องสมานแผลที่ดี
เวลา เครื่องกำหนดการเดินทาง
เวลา ไม่เคยรอใคร
เวลา ไม่เคยหยุดนิ่ง
เวลา  สิ่งที่หลายคนมองข้าม
เวลา สิ่งที่หลายคนตระหนัก
เวลา มีค่าเสมอ
เวลา ทุกคนมีเท่ากัน 
เวลา คิดเป็นวินาที
เวลา ไม่มีการ ทอน ย้อนคืน 
เวลา ไม่มีคำว่าเหลือ 
เวลา ไม่รู้จักใคร
เวลา ยุติธรรม
เวลา ไม่เดินหนี แต่เดินไปเืรื่อย
เวลา ไม่มีคำว่าหมด

และเวลา มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่าสาย


         สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า  ไม่ว่าการทำงานใดๆก็แล้วแต่  ถ้าไม่ช่วยกันทำ  ไม่สามัคคี  เห็นแต่ความสะบายของตัวเองไว้ก่อนเพื่อนลำบากไม่สน  เวลาทำอะไรหรือนัดอะไรก็ขี้เกียจเข้า  มาสายๆขอให้งานตัวเองให้เสร็จก่อน  ส่วนรวมค่อยว่ากันหรือเห็นว่ามันไม่สำคัญค่อยเข้าก็ได้  ไม่ช่วยงานแล้วยังชวนคนอื่นให้ไม่ช่วยอีก  หรือ  แม้แต่ถ้ามาแล้วไม่มีจิตใจที่จะทำสิ่งนั้น  งานที่ทำทุกอย่างมันไม่สำเร็จไม่ออกมาดีหรอก